“ไวน์” กับวิถีการดื่มกินของคนไทย

“ไวน์” กับวิถีการดื่มกินของคนไทย

wine-thai

ไวน์ได้เข้ามาทำความรู้จักมักจี่กับคนไทยตั้งแต่เมื่อไหร่? ขอตอบแบบหักมุมอย่างนี้ครับ…เท่าที่พอจะมีหลักฐานอ้างอิง โดยเฉพาะจาก จดหมายเหตุการณ์เดินทาง ครั้งที่สอง” ของบาทหลวงตาชาร์ด ปีพ.ศ. 2230 – 2231 เรื่อง “ราชทูตสยามเรือแตกที่แอฟริกาใต้ในระหว่างทางที่จะไปโปรตุเกสจากนโยบายผูกสัมพันธ์กับตะวันตกในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์ฯ

ออกขุนชำนาญใจจง
ออกขุนชำนาญใจจง (en.wikipedia.or)

พอจะจับใจความได้ว่าเรือไปแตกที่แหลมปลายสุดของแอฟริกาใต้บริเวณแหลมอะกะลัส (cape agulhas) ใกล้แหลมกู๊ดโฮป ซึ่งเป็นจุดพบกันระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับแอตแลนติกที่ลมแรงมากยากต่อการเดินเรือเป็นอย่างที่สุด ซึ่งออกขุนชำนาญใจจงเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ที่รอดตาย  และมีอยู่ตอนหนึ่งที่จดหมายเหตุบันทึกไว้ว่า  “แม้เขาจะเหน็ดเหนื่อยสักเพียงใด  เขาต้องว่ายน้ำกลับไปที่เรืออีกครั้ง  เพื่อกลับไปค้นหาสิ่งของที่มีค่า ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “ไวน์” เพื่อนำกลับมายังฝั่ง” แสดงให้เห็นว่าอย่างน้อยคนบ้านเราก็เริ่มรู้จักไวน์ตั้งแต่ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ นั่นแหละ (ตรงกับสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส)

แล้วคนไทยรู้จักทำ “ไวน์” กันเองตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะ

wine-red-3

สำหรับคำถามนี้ต้องเริ่มเท้าความไปถึงราวสมัย ร.5 แต่หลักฐานกลับมาปรากฏยืนยันเอาใน ร.7 ครับ โดยมหาเสวกโท เจ้าพระยาสุรบดินทร์สุรินทร์ฤาไชย คือหนึ่งในผู้ได้รับพระราชทานพันธุ์องุ่นจาก ร.7 รวมทั้งวิธีการมาทดลองเพาะปลูกเป็นครั้งแรก ต่อมาก็มีหลวงสมานวนกิจ (อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ปี พ.ศ. 2493 – 2494 ) ได้นำพันธุ์มาจากแคลิฟอร์เนียประเทศสหรัฐอเมริกามาทดลองปลูกเพิ่ม

จนกระทั่งท้ายสุด…ผู้ที่สามารถนำองุ่นมาปลูกในเชิงการค้าได้สำเร็จเป็นรายแรกคือ ศาสตราจารย์ ปวิณปุณศรี (ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ผมเคารพรักมากครับ ปกติเราจะนัดเจอกันในงาน “ชิมไวน์” ที่เรือนองุ่น “ปวิณปุณศรี” ในม.เกษตรฯ บางเขน เดือนละครั้ง แต่ระยะหลังอายุท่านมากแล้วก็เลยห่างหายกันไปพอควร) จากนั้นราวปี พ.ศ. 2503 เป็นต้นมา การปลูกองุ่นในประเทศไทยเพื่อการค้าจึงแพร่ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น

จากลูกองุ่นมาเป็นไวน์รสดี

realitythailand-chateau-de-loei
ชาโต้ เดอ เลย (http://realitythailand.com/)

ส่วนการทำไวน์ น่าจะเกิดขึ้นตามแถวสถานศึกษาเกษตรฯ นี่แหละครับ แรกๆ ก็ลองผิดลองถูกเพื่อการศึกษา ต่อมาก็พัฒนาจนได้ที่ถึงมีผลิตเพื่อทำการค้า แล้วในที่สุดไวน์ “ชาโต้ เดอ เลย” (Chateau De Loei) ก่อตั้งโดยหมอชัยยุทธ กรรณสูต ก็กลายมาเป็นผู้ผลิตไวน์คุณภาพมาตรฐานสากลตามกฎหมายได้เป็นรายแรกในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งตัวผมเองก็เคยไปดูงานที่นั่นครับ

จากนั้นก็มีผู้ทยอยผลิต ทั้งรายใหญ่ ขนาดกลาง และรายย่อย เริ่มปรากฏให้เห็นหลังจากครม.อนุญาตให้สามารถผลิตไวน์ผลไม้ได้เสรี เมื่อเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2542 ส่วน “ไวน์หวาน” รายแรกในไทยกลับไม่มีข้อมูลเชิงลึกที่ชี้ชัดให้แน่นอนลงไป รู้แต่เพียงว่าอย่างน้อยปัจจุบันก็ยังมี ชาโต้ เดอ เลย เชอแนงบลองค์ (Chateau De Loei Chenin Blanc Dessert Vintage 2005) และไวน์ขาวจากเชียงรายไวน์เนอรี่ที่กล้าใช้ชื่อว่า Thai Tokey Wine (ชื่อเหมือนไวน์ขาวหวานที่ชื่อโตกาย (Tokaj) หรือโตกาจิ (Tokaji) ซึ่งในภาษาอังกฤษเขียนว่า Tokay อันเป็นหน้าเป็นตาให้กับฮังการีอย่างมาก)

ความฮิตของการดื่มไวน์ของคนไทย

เอาล่ะ! ทีนี้ลองย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องความนิยมไวน์ของคนไทยเรากันบ้าง แค่มองในภาพรวมราวๆ สัก 40 กว่าปีน่าจะพอนะครับ เรื่องของเรื่องมันจะไปตรงกับสมัยที่ผมเป็น  wine butler เข้าพอดี  ซึ่งพอยังจำได้ดีครับว่ากระแสของไวน์ในตอนนั้นโรเซ่ไวน์ที่มีชื่อว่า “มาตุส” (Mathus) จากโปรตุเกสที่เคยครองแชมป์ขายดีที่สุดในโลกมาแรงเอามากๆ จะด้วยเพราะคนบ้านเรายังยึดติดอยู่กับเครื่องดื่มเย็นๆ รสชาติบางเบา ดื่มง่ายและชอบความสดชื่น โดยเฉพาะกลิ่นหอมของดอกไม้และผลไม้หรือเปล่าก็ไม่รู้สิครับ คำว่า มาตุส เลยติดปากคนไทย  และหนักจนถึงขนาดใช้เรียกแทนคำว่าไวน์กันเสียด้วยซ้ำไป

red-wine

จากนั้นภายในเวลาต่อมากระแสการดื่มไวน์เพื่อสุขภาพเกิดมาแรง ยิ่งกับ “ไวน์แดง” เพราะไวน์แดงใช้องุ่นแดงหมักพร้อมเปลือก ซึ่งมีสารมีประโยชน์ต่างๆ ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น resveratrol และ transresveratrol รวมทั้งแทนนินก็มักจะรวมตัวกันอยู่แถวเปลือกเอาซะด้วย การดื่มไวน์แดงจึงมีคุณค่ามากกว่าไวน์สีอื่นๆ ยังไงเล่าครับ ไวน์แดงจึงเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะ “มูตองกาเดต์” (Mouton Cadet) เรียกว่ามาแรงไม่แพ้กัน (แต่ตอนนี้ค่อยๆ แผ่วลงไปหน่อยแล้วล่ะ) เข้าใจว่าเพราะราคาไม่แพง แต่ได้ความเป็นฝรั่งเศสไปเต็มร้อย ยิ่งตอนนั้นกำลังเห่อกับไวน์ฝรั่งเศสอยู่ด้วยเลยได้รับความนิยมสูง

ยังไงซะ! ก็ขอให้เชื่อผมเถอะ กระแสนิยมไม่นิยมของอย่างนี้บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสหรือรวมทั้งดวงด้วยกระมัง เหมือนกันนะครับ

แต่ท้ายสุดแล้ว “ไวน์” ก็ได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีการดื่มกินของคนไทยไปแล้วโดยปริยาย

———————————————-

วิฑูรย์  วงษ์สวัสดิ์

กรรมการผู้จัดการ  โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์

photos www.shutterstock.com

Witoon Wongsawat

โดย: Witoon Wongsawat

อาจารย์วิฑูรย์ วงษ์สวัสดิ์ : กรรมการผู้จัดการ โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์
“ไวน์” กับวิถีการดื่มกินของคนไทย
ให้คะแนนบทความ