Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass and Difference Wine #Part 2

Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass

And Difference Wine

Part 2 :
เลือกแก้วไวน์ให้เข้ากับไวน์ 

ไม่น่าเชื่อนะครับว่าการเลือกแก้วให้เข้ากับไวน์จะมีอิทธิพลต่อการดื่มได้มากมายถึงขนาดนี้ อย่างที่ได้คุยกันไปพอควรแล้วใน Part 1 แต่ผมเกรงว่าจะยังคงไม่สะเด็ดน้ำ เรื่องของเรื่องคืออยากให้คอไวน์รู้ต่อไปอีกสักนิดว่า เขามีการจัดสรรปันส่วนออกแบบแก้วสำหรับต่างเกรด สี รวมทั้งแหล่งการผลิต นอกเหนือจากพันธุ์องุ่นไว้เป็นการเฉพาะอีก

drink master01

แก้วไวน์ขาว (white wine glass) เน้นความบางใส เพื่อให้ผู้ดื่มสามารถดูสีของไวน์ได้อย่างชัดเจน รูปทรงไม่เป็นกระเปาะมากนัก สูงเพรียวเป็นตัวยู ขนาดเล็ก และค่อนข้างแคบ เพื่อช่วยเก็บรักษาความเย็น (ไวน์ขาวนิยมดื่มเย็นราว 9-11 องศาเซลเซียส) แต่ก็มีที่ออกแบบให้ปากกว้างเพื่อให้รสหวานนำเข้าไปยังจุดรับรสที่ปลายลิ้นได้มากกว่า ถ้าต้องการส่งตรงความหนักแน่นไปยังโคนลิ้น โดยเฉพาะไวน์ขาวที่ฟูลบอดีต้องเป็นแก้วสูง แก้วไวน์ขาวเข้ากันกับองุ่นพันธุ์ชาดอนเนย์ เชอนิน บลังค์ รีสลิง โซวีญอง บลอง และ เซมิลยง รวมทั้งที่มาจากแหล่งเบอร์กันดี และบอร์กโดซ์

แก้วไวน์โรเซ่ (rose wine glasses) สำหรับไวน์โรเซ่ที่ค่อนข้างมีน้ำหนัก และรสชาติจัดจ้าน ฟูลบอดี มีสีออกเปลือกหัวหอมใหญ่ เหมาะกับแก้วที่มีก้าน ตัวแก้วสั้น ปลายปากแก้วบางแคบลงเล็กน้อยแบบ slight taper design ส่วนไวน์โรเซ่ ที่มีรสบางเบาสีใสไปจนถึงสีเทากับชมพูนิดๆ เหมาะกับแก้วไวน์แบบ slight flare lip design ที่มีตัวแก้วสั้น ปากแก้วบานออกเพื่อให้ได้ถึงความสดชื่นผสานรสหวานของไวน์จากปลายลิ้น เหมาะกับองุ่นพันธุ์ปิโนต์ นัวร์ และโซวีญอง บลอง

แก้วไวน์แดง (red wine glass) มีลักษณะเดียวกันกับแก้วไวน์ขาว แต่ก้นจะป่อง อ้วน และมีขนาดใหญ่มากกว่า (ดื่มในอุณหภูมิห้อง 16-18 องศาเซลเซียส) เพื่อเพิ่มรสชาติของความนุ่มละมุนจากปฏิกิริยาออกซิเดชันได้สะดวกขึ้น และมีพื้นที่ในการแกว่งหมุน ทำให้กลิ่นอันซับซ้อนพุ่งขึ้นรวมตัวผ่านออกมาทางปากแก้วที่ค่อนข้างแคบและงุ้มเข้าหากัน เหมาะกับไวน์จากโบโฌเลส์ บอร์กโดซ์ และเบอร์กันดี ส่วนพันธุ์องุ่นต้องเมอร์โล (merlot) คาบาเน่ ฟรัง คาบาเน่ โซวีญง มัลเบค ปิโนต์ นัวร์ และชิราซ

แก้วกรองด์ครู (grand cru) งานนี้เขาพิถีพิถันขึ้นมาสำหรับไวน์ฟูลบอดีเป็นการเฉพาะ รวมทั้งประเภทไวน์มีระดับ และไวน์ที่ถูกเก็บไว้เป็นเวลานาน เพื่อเน้นรสชาติ และดึงเอาความลุ่มลึกผ่านปากแก้วซึ่งบานออกจากส่วนถ้วยเล็กน้อยออกมาส่วนของแก้วไวน์จะเน้นขนาดใหญ่เพื่อมอบพื้นที่ให้ไวน์ได้หายใจมากขึ้น หวังให้กลิ่นซึ่งซ่อนไว้ได้แสดงออกมาในตอนท้าย เหมาะกับองุ่นสายพันธุ์คาบาเน่ โซวีญง และปิโนต์ นัวร์ แม้กระทั่งชิราซก็ใช้ได้ครับ

แน่นอนว่าหากต่างแหล่งผลิต รสชาติไวน์ย่อมต่างกัน รูปทรงของแก้วจึงแยกเฉพาะไป แก้วไวน์บอร์กโดซ์ สำหรับไวน์แดงฟูลบอดีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีกระเปาะเล็กสมส่วน ขนาดสูง และใหญ่กว่าแก้วไวน์แบบอื่น เพื่อเปิดให้ผิวหน้าบนน้ำไวน์สัมผัสกับอากาศอย่างพอเพียง เข้าคู่ไปกับไวน์แดงจากองุ่นผิวหนา อย่าง คาบาเน่ โซวีญง เมอร์โล และชิราซได้ดี

แก้วเบอร์กันดี (burgundy wine glass) ช่วยให้ได้รสอันนุ่มละมุนจากองุ่นที่มีผิวบางๆ อย่างปิโนต์ นัวร์ ซานโจเวเซ (sangiovese) และเกรอนาช (grenache) โดยเฉพาะไวน์เบอร์กันดีประเภทไลท์บอดีไปจนถึงมีเดียมบอดี

ส่วนไวน์มีฟองจะมีความเฉพาะตัวค่อนข้างสูง แก้วสปาร์คกลิงไวน์ (sparkling wine glass) จึงออกแบบให้ลดการสัมผัสกับอากาศ รูปร่างต้องเพรียวและทรงแคบ เพื่อช่วยรักษาความซ่าที่ทำให้เกิดฟองให้ได้นานที่สุด

แก้วแชมเปญ (champagne glass) มีดีไซน์ที่แตกต่าง และหลากหลาย เช่น แก้วแชมเปญฟลุท (champagne flute glass) ทรงสูงยาวเรียว เพื่อรักษาอุณหภูมิ กลิ่น และรสชาติของแชมเปญที่มีรสเบา และช่วยให้ฟองอากาศขึ้นสู่ผิวได้ยาวและเร็วขึ้น วิธีดื่มคือรินกันแค่ครึ่งแก้ว เพราะนิยมดื่มเย็น และควรจับที่ก้านแก้วเท่านั้น แก้วแชมเปญทิวลิป (champagne tulip glass) รูปทรงคล้ายดอกทิวลิป เพื่อเก็บกักความหอม และอุณหภูมิของแชมเปญที่มีรสชาติหนักแน่นแก้วชนิดนี้สะดวกเวลาเอียงแก้วเพื่อดูเทียร์ซึ่งบอกได้ถึงปริมาณแอลกอฮอล์ และน้ำตาลในไวน์ แก้วแชมเปญซอสเซอร์ (sucer champagne glass) แก้วมีผิวหน้าสัมผัสอากาศมาก ทำให้สูญเสียแก๊สในเครื่องดื่มอย่างรวดเร็ว นิยมริน 3 ส่วน 4 ของแก้วครับ และมักใช้เฉพาะในการดื่มฉลองงานมงคลพิธี แก้วแชมเปญคูเป้ (champagne coupe glass) แก้วทรงนี้ถูกออกแบบให้มีตัวแก้วสั้นและปากแก้วกว้าง แต่ในปัจจุบันไม่ค่อยได้รับความนิยมกันแล้วครับ

แก้วไวน์รสหวาน และฟอร์ติไฟด์ไวน์ เขาออกแบบเพื่อให้รสหวานสัมผัสกับลิ้นได้ง่ายและเร็วขึ้น จึงควรเป็นแก้วขนาดเล็กทรงกระเปาะคล้ายดอกทิวลิป อย่าง แก้วเชอร์รี่ (sherry glass) บางครั้งเรียกว่า โคปิตา (copita) เหมาะกับไวน์เชอร์รี่ พอร์ต มาเดียรา มาร์ซาลา ไอซ์ไวน์ และเลตฮาเวสต์

แก้วไวน์ไร้ก้าน (stemless wine glass) เดี๋ยวนี้เริ่มนิยมใช้กันบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะกับไวน์ใหม่ที่มีความสดใส ดื่มง่าย และไม่มีความซับซ้อนอะไรมาก ยิ่งในงานที่ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรนัก บางทียังเห็นเลือกใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการแตกหักกัน เรื่องของเรื่องผมว่าดูแลรักษาง่ายด้วยล่ะ ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าไวน์จะสูญเสียอุณหภูมิอย่างรวดเร็วก็ตาม

สุดท้าย แก้วไวน์สำหรับทุกโอกาส (all purpose wine glass) ด้วยความต้องการให้เป็นแก้วเอนกประสงค์จึงต้องออกแบบให้ใช้ได้ทั้งไวน์แดง ไวน์ขาว รวมถึงโรเซ่ไวน์ แม้รู้ดีว่ารสชาติ รสสัมผัส หรือความละมุนไม่อาจสู้แก้วที่สร้างมาเฉพาะกับไวน์แต่ละชนิดได้ แต่สำหรับบีกินเนอร์แล้ว รับรองว่าไม่มีอะไรมาขัดขวางความอภิรมย์จนถึงกับต้องเสียอารมณ์

นอกจากนั้นเขายังออกแบบกันไปจนถึงที่พักไวน์ ดีแคนเตอร์ (decanter) สำหรับไวน์ประเภทเก่าเก็บ ใช้เป็นตัวกรองเอากาก และตะกอนที่ไม่พึงประสงค์ออก สร้างมาจากแก้วที่หลอมด้วยความร้อน เป่าด้วยลมที่สม่ำเสมอ แล้วเอาไปจุ่มในน้ำทำให้เย็น ตกแต่งจนผิวเรียบให้ออกมาในรูปแบบของภาชนะต่างๆ ที่สวยงาม

ถือเป็นการสรุปก่อนจากกันนะครับ ถ้าลิ้นเราไม่ถึงจริงๆ แต่สามารถมีความสุขกับการกินภายในโลกส่วนตัวของเราได้ ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่วิเศษสุด เพราะสามารถหาความสุขได้โดยไม่ต้องใช้เงินและเงื่อนไขอะไรมากนัก แบบนี้สุดยอด! น่าอิจฉาครับ

ย้อนอ่าน Part 1 : เลือกแก้วไวน์ให้เข้ากับไวน์ 
Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass and Difference Wine #Part 1

 

แล้วพบกันด้วยเรื่องใหม่นะครับ

—————————————————

Word : วิฑูรย์ วงษ์สวัสดิ์
กรรมการผู้จัดการ โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์
Photograph : k.denyook Facebook Konlatee Obsess

 

Witoon Wongsawat

โดย: Witoon Wongsawat

อาจารย์วิฑูรย์ วงษ์สวัสดิ์ : กรรมการผู้จัดการ โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์
Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass and Difference Wine #Part 2
3.5 (2)