Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass and Difference Wine #Part 1

Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass

And Difference Wine

Part 1 :
เลือกแก้วไวน์ให้เข้ากับไวน์ 

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักพร้อมทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “วัสดุแข็ง ลักษณะอยู่ตัวจนเป็นเนื้อเดียวกันที่เกิดจากการเย็นตัวลงอย่างฉับพลันของวัสดุหลอมหนืด ซึ่งเน้นการขึ้นรูปทรงโดยเฉพาะ และไม่ก่อผลึก” เรียกง่ายๆ ก็คือ “แก้ว” นั่นเอง แต่ผมขอเน้นตรงไปที่ “แก้วไวน์” หรือ “stemware” เครื่องแก้วที่มีก้านเรียวสำหรับจับ ไม่มีหู ประกอบไปด้วยตัวแก้ว (bowl) ก้าน (stem) และฐานรองแก้ว (foot) ซึ่งเดี๋ยวนี้แบบไร้ก้านเขายังมีผลิตเหมือนกันนะครับ

drink master 91

แก้วไวน์ 

มีมานานถึง 5,000 ปี ก่อนคริสตศักราชด้วยซ้ำไป แต่ตอนนั้นชาวฟินีเชียนคนไหนจะรู้บ้างล่ะครับว่า เจ้าเนตรอน (คาร์บอเนตของโซดา) ที่หลอมละลายจากการนำมารองหม้อซุปที่ตั้งอยู่บนไฟ จะไหลมารวมกับพื้นทรายข้างล่างแล้วเกิดกลายเป็นแก้วขึ้นมา ถ้าไม่มีนักเขียนโรมันบันทึก และตั้งข้อสังเกตเอาไว้ จนปล่อยให้วันเวลาผ่านไปถึง 1,500 – 3,000 ปีก่อนคริสตศักราช พร้อมๆ กับยุคที่อารยธรรมเริ่มมาเยือนจึงค่อยๆ พัฒนาจนกลายเป็นรูปทรงองค์เอว โดยเริ่มมีให้เห็นบ้างในอียิปต์ (ในยุคของฟาโรห์อาเมนโนพิสที่ 4) และ เมโสโปเตเมีย (ซึ่งปัจจุบันน่าจะอยู่แถวๆ อิรักนั่นแหละครับ)

ส่วนก่อนหน้านั้นแทบไม่ต้องพูดถึง ใช้กันเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด มีตั้งแต่เขาสัตว์ หนังสัตว์ ไปจนถึงไม้ โลหะสำริด ทองคำ หรือแม้แต่กะโหลกศีรษะ ก็ยังมีการนำมาใช้แทนแก้วไวน์กันเลย (กะโหลกของศัตรูที่เป็นแม่ทัพบางรายในสมัยโบราณถูกเลือกมาทำเป็นแก้วไวน์ เพื่อความสะใจอะไรประมาณนั้น) เหลือเชื่อไหมล่ะครับ จนบัดนี้ยังมีการเลียนแบบทำแก้วไวน์รูปกะโหลกศีรษะกันอยู่เลย ท้ายสุดชาวโรมันชักทนไม่ไหวกับกลิ่นปนเปื้อนของภาชนะนั้นๆ โดยเฉพาะสารพิษของตะกั่วในไหใส่ไวน์ และแก้วไวน์จากพิวเตอร์ (pewter) ที่ทำจากตะกั่ว (ปัจจุบันพัฒนามาเป็นแก้วไวน์ที่มีดีบุกผสมตะกั่วของแท้ (pewter wine glass) ประกอบกับมาถึงยุคที่สามารถคิดค้นผลึกแก้วได้แล้ว วิวัฒนาการจึงจำต้องเริ่มขึ้น

โดยอียิปต์จะเน้นรูปลักษณ์ของแก้วไวน์ไปในแนวสีสันสดใสของสเตนกลาส (stained glass) ส่วนแก้วของเวนิสกลับให้ความสนใจไปที่รูปแบบเฉพาะตัวเสียมากกว่า สำหรับแก้วของโบฮีเมียจะค่อนข้างเปราะบาง เพราะเน้นความละเอียดอ่อนอย่างมีชีวิตชีวา เท่ากับว่าแก้วไวน์ได้มีการพัฒนากลายเป็น 3 รูปแบบในยุคเดียวกัน จากนั้นชาวโรมันก็หันกลับมาต่อยอดโดยเฉพาะเรื่องเทคนิคในการสร้างรูปทรง ต่อมามีการปรับเปลี่ยน ทั้งกระจายลงไปยังกรีซและจีน จนกระทั่ง ปีคริสตศักราชที่ 14 ชาวซีเรียได้ค้นพบวิธีการเป่าแก้ว (blowing) จากนั้นก็พัฒนาไล่เรื่อยกันมาจนได้แก้วรูปทรงอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบันนี่แหละครับ

สมัยก่อนลักษณะของแก้วมักจะเน้นไปที่ลวดลายอันวิจิตร เพื่อความอภิรมย์ในการมอง ดม และดื่ม จนต้องปรับเปลี่ยนกลายมาเป็นแก้วไวน์ใสๆ บางเบา (แก้วที่มีความใสสูงที่สุดนั้นผลิตขึ้นจากไทเทเนียมคริสตัล) ไร้สี ไม่มีลวดลาย ประกอบไปด้วยตัวแก้ว มีรูปทรงยาว รี กลม แตกต่างกันไป ทำหน้าที่รองรับบรรจุน้ำไวน์ พร้อมทั้งโอบอุ้มกลิ่นที่เกิดจากโมเลกุลที่แตกกระจายหลังการแกว่งแก้ว ขนาดของตัวแก้วจึงสัมพันธ์กับพื้นที่สำหรับการแกว่ง ต่อจากตัวแก้วคือก้าน เป็นแกนสมดุลสำหรับจับและแกว่ง ซึ่งมีความสั้นยาวยืดหยุ่นตามขนาด และรูปทรงของตัวแก้ว ส่วนสุดท้ายคือฐานรองแก้ว มีหน้าที่รับน้ำหนัก และจัดวางสมดุล มักมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางใกล้เคียงหรือเท่ากับปากแก้ว

ในเวลาต่อมาได้มีการพัฒนาไปจนถึงไซส์ เมื่อเห็นว่าแก้วไวน์ที่มีขนาดกระเปาะและปากแก้ว (the rim) ที่เหมาะสมไม่กว้างจนเกินไปนั้นจะกลายเป็นจุดรวมพล ช่วยทำให้โฟกัสกลิ่นไวน์ได้ดียิ่งขึ้น จนมีการออกแบบขอบแก้วไวน์ให้บางแบบตัด พูดง่ายๆ คือ ไม่มีขอบม้วน หรือขอบพับ เพื่อความลื่นไหลในการรับรส และสัมผัสที่นุ่มนวลเวลาจรดริมฝีปาก แม้กระทั่งความสั้นยาวของก้านก็ต้องให้สมดุลกันกับตัวแก้ว เพื่อความสะดวกในการจับไม่ให้มือไปสัมผัสกับตัวแก้ว ซึ่งเท่ากับเป็นการรักษาอุณหภูมิที่เขาเซตไว้โดยปริยาย อีกทั้งความยาวนั้นจะเกินความสูงของลำตัวไม่ได้นะครับ เพราะจะมีผลต่อการมองเห็นสีสัน ตลอดจนการลื่นไหลของน้ำไวน์ หรือ “tear” เพื่อสังเกตอายุของไวน์ และที่สำคัญคือการให้ไวน์นั้นๆ สามารถแสดงความเป็นตัวตนออกมาได้อย่างเต็มที่

สรุปก็คือ การเลือกแก้วไวน์ให้เข้ากับไวน์จึงถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่ใช่น้อย เพราะรูปทรงของแก้วนั้นจะมีผลต่อจุดที่น้ำไวน์จะไหลเข้าสู่ปากผ่านไปยังลิ้น ทำให้ไวน์นั้นๆ มีรสอร่อยที่แตกต่างกัน  ซึ่งขึ้นอยู่กับกระบวนการทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามาด้วย แต่ถ้าเป็นไวน์เลิฟเวอร์ทั่วไป โดยเฉพาะผู้เริ่มต้นดื่ม เรื่องแก้วอาจไม่จำเป็นสักเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าเป็นคอไวน์ลิ้นพระกาฬ เจอกันครั้งหน้าครับ!!! ใน  Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass and Difference Wine #Part 2

รับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ

——————————————————

Word : วิฑูรย์ วงษ์สวัสดิ์
กรรมการผู้จัดการ โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์

Witoon Wongsawat

โดย: Witoon Wongsawat

อาจารย์วิฑูรย์ วงษ์สวัสดิ์ : กรรมการผู้จัดการ โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์
Wine (Glass) & Why Harmony of Wine Glass and Difference Wine #Part 1
ให้คะแนนบทความ