The Masks Stranger หน้ากากเมนู (ชื่อ) แปลก! ….อาหารไม่ตรงปก

The Masks Stranger

หน้ากากเมนู (ชื่อ) แปลก! ….อาหารไม่ตรงปก  

ไม่ว่าคุณจะเคยมีประสบการณ์ถูกลวงหลอก หรือตัวคุณเองเป็นคนสวมหน้ากากลวงหลอกเสียเอง เชื่อว่าเหล่าฟู้ดดี้แทบทุกคงเคยเจอกับประสบการณ์อาหารไม่ตรงปกกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเคสที่หน้าตาดี๊ดีแต่รสชาติพิลึกกึกกือ หรือเจอกับอาหารที่ชื่อหนึ่งว่าแปลกแล้ว แต่พอได้ตักชิมพิสูจน์หลักฐานกันแบบละเอียด วัตถุดิบ เครื่องปรุงของจานนั้นกลับไม่มีอะไรเชื่อมโยงกับชื่อเลย คอนเทนต์นี้เราจึงขอเรียกเชตอาหารไทยนี้ว่า “เมนูอาหารไม่ตรงปก”

เราไปดูกันว่ามีเมนูอาหารไทยชื่อแปลกๆ แต่ตัวตนนั้นแหวกไปไกลอะไรบ้าง

ไข่เหี้ย

ไม่มีทั้งเหี้ย ไม่มีทั้งหงษ์

เดี๋ยวนะ ก่อนจะอธิบายกันในหัวข้อนี้ ต้องออกตัวก่อนว่า “เหี้ย” แต่เดิมนั้นก็เป็นชื่อของตัวเงินตัวทอง (Water Monitor) ตามปกติก่อนที่จะถูกนำไปใช้เพื่อการเรียกขานสิ่งอื่น บทความนี้เราสื่อความหมายถึงสัตว์นะ ไม่ต้องตกอกตกใจ

“ไข่เหี้ย” มีชื่อเรียกตอนเข้าวงการว่า “ไข่หงส์” ตามตำนานเล่าว่ารัชกาลที่ 1 มีพระประสงค์จะเสวยไข่เหี้ย (เมนูไข่เหี้ยแต่โบราณนั้นจะนำไข่เจ้าตัวนี้มาย่างไฟพรมด้วยเกลือ พอไข่สุกจะกินกับมังคุด) แต่ระยะนั้นไข่เจ้าตัวนี้ก็เป็นสิ่งหายากเสียเหลือเกิน พระสนมเอกจึงคิดค้นขนมชนิดนี้ขึ้นมาแทน ต่อมาจึงไปอำเภอเปลี่ยนชื่อให้ไพเราะเพราะพริ้งเป็นไข่หงษ์

ไก่สามอย่าง
ปัดโธ่! ไก่กำมะลอ

เมนูนี้สำหรับคนทั่วไปอาจจะไม่ค่อยคุ้นหูคุ้นตานัก แต่สำหรับนักดื่มระดับโปรเฟสชันเนล ที่ชื่นชอบการดื่มและหากับแกล้มที่เหมาะสมมาประกอบความสุนทรีย์ ชื่อของ “ไก่สามอย่าง” ย่อมเป็นของดีของเด็ดที่ต้องเคยลองกันบ้าง แหม ก็ชื่อมันมีไก่ตั้งสามอย่าง! แต่ความเป็นจริงแล้ว ไม่มีสักไก่ ไม่มีสักตัว พอมาดูในจานกลับพบแต่ในจานมีกลุ่มก้อนของกุ้งแห้ง ถั่วลิสงคั่ว พริกขี้หนู มะนาวหั่นชิ้นเล็กๆ หอมแดง ตะไคร้ และขิงซอย ในวงเหล้าเล่ากันว่ามีคนปล่อยไก่ตัวเบ้อเริ่มโดยการสั่งเมนูไก่สามอย่างกับข้าวเปล่า หวังว่าจะกินอิ่มรองท้องได้ดื่มยาวๆ แหม พออาหารมาถึงโปรตีนที่มีอย่างเดียวคือกุ้งแห้งจ้า (ฮา) แน่นอนว่าจริงๆ มันก็คือเครื่องเมี่ยงดีๆ นี่เอง

ที่มาที่ไปของชื่อเมนูไม่ตรงปกจานนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัด บ้างว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ข้าวยากหมากแพง กับแกล้มหายาก คอเหล้าเลยคิดเมนูไก่ปลอมๆ นี้เพื่อปลอบโยน และเอามาหยอกล้อกันในวงเหล้านั่นเอง หรือบ้างว่าจริงๆ ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่นักเลงเหล้าไม่มีของแกล้มเลยคิดหาอะไรง่ายๆ มาเสริมอรรถรสในการร่ำสุรานั่นเอง

ขนมค้างคาว”
หวั่นใจชำรุดมนุษย์ค้างคาว

เมนูขนมโบราณชื่อประหลาดนี้ เป็นความอร่อยที่หากินยากพอสมควร โดยต้นกำเนิดมาจากเจ้าครอกทองอยู่ ข้าหลวงเดิมในเจ้าฟ้าพินทวดี พระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ราชวงศ์พลูหลวง ที่มาของชื่อขนมค้างคาวก็คือแป้งข้าวเหนียวที่นำมานวดแล้วใส่ไส้กุ้งและมะพร้าวที่ปรุงรสจากนั้นทำให้เป็นทรงสามเหลี่ยมเหมือนปีกของค้างจากนั้นไปทอดเหลืองกรอบ จึงเป็นที่มาของขนมค้างคาวเจ้าครอกทองอยู่ ผู้เป็นเจ้าตำรับขนมชื่อแปลกนี้นี่เอง

ม้าฮ่อ ม้าอ้วน
ยี้ฮ่าาาา พุ่งไปอย่างกับม้าเหล็ก

“ม้าฮ่อ” หรือมังกรคาบแก้ว ถือเป็นเมนูของกินเล่นไทยโบราณสุดฮิตในปัจจุบัน เพราะหากร้านอาหารไหนที่จะประกาศตัวว่าเป็นร้านอาหารไทยแท้ย่อมต้องมีคานาเป้ไทยโบราณ ที่นำหมูปรุงรส (คล้ายไส้ของสาคูไส้หมู) กินหรือจัดเสิร์ฟเป็นคำๆ คู่กับผลไม้รสเปรี้ยว เช่น สัปปะรด มะปราง ส้ม ซึ่งหากเป็นส้มมักเรียกเมนูนี้ว่ามังกรคาบแก้ว แน่นอนว่าเมนูนี้ไม่มีเนื้อม้าสักกระผีกเดียว ส่วน “ม้าอ้วน” นั้นมีลักษณะเป็นคานาเป้เช่นกัน เพียงแต่เป็นเนื้อหมูและปูปรุงรสพร้อมผสมไข่ไก่จากบรรจุใส่ในถ้วยตะไลทาหน้าด้วยไข่ไก่จากนั้นนำไปนึ่ง เมนูนี้ก็โบร่ำโบราณนานนม ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแน่นอนว่าไม่มีส่วนผสมของม้าเลยสักนิด 

พระกระโดดกำแพง”

วิชาตัวเบาาาาา….

 

พระกระโดดทำไม คำตอบคือเพราะนี่คือเมนูซุปแดนมังกรราคาหลักแสนหม้อนี้รวมสุดยอดทั้งด้วยความอร่อย สุดยอดแห่งความเลอค่าราคาแพง และสุดยอดด้านสรรพคุณด้านบำรุงกำลังวังชาตามประสาชายชาตรี แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้พระกระโดดกำแพงหรอกนะ เพราะแท้จริงที่ท่านกระโดดราวกับมีกำลังวังชาก็เพราะความหอมเย้ายวนใจของซุปที่มีทั้งเครื่องยาจีน หูฉลาม เห็ดหอม หอยเป๋าหื้อ ปลิงทะเล กระเพาะปลา ส่วนของสมุนไพรก็ได้แก่โสม เก๋ากี้ ถังเช่า แหมดูรายนามของวัตถุดิบเหล่านั้นสิ ขึ้นเชื่อเรื่องทั้งความแพง และการบำรุงพลังทางเพศ

แกงหมูตะพาบน้ำ

ไหน ตะพาบน้ำ

ตะพาบน้ำ! คุณอ่านไม่ผิดหรอก เพียงแต่เมนูอาหารไทยชาววังชื่อนี้ ไม่ตรงปกอย่างรุนแรง แต่ก่อนที่มันจะไม่ตรงปกนั้น มันก็เป็นก็เป็นแกงตะพาบน้ำจริงๆ นั่นแหละ ซึ่งการจะกินตะพาบนั้นจะกินตรงเชิง หรือขอบกระดอง แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป การกินตะพาบน้ำไม่ได้เป็นเมนูปกติแบบโบร่ำโบราณแล้ว จึงมีการปรับสูตรเปลี่ยนเป็นเนื้อหมู โดยนำเอาเนื้อหมูสามส่วนคือ เนื้อแดง สามชั้น และหนังหมูมาแกง ซึ่งเนื้อสัมผัสของหนังหมูและหมูสามชั้นจะมีความคล้ายคลึงเนื้อตะพาบน้ำ ดังนั้นแกงหมูตะพาบน้ำจึงเป็นแกงหมู หาใช่ตะพาบน้ำไม่ อย่าได้ดราม่าเลย

ขนม 4 ถ้วย

รวมมิตรชิตแชต

 

 

เซตนี้ คือ ขนม 4 ถ้วย ไก่กบ นกปล่อย นางลอย อ้ายตื้อ เป็นขนมมงคลโบราณ โดยเฉพาะกับงานมงคลสมรส ซึ่งคนไทยสมัยโบราณมักทำขนม 4 อย่างนี้เพื่อเลี้ยงแขก เนื่องจากมีความหมายดีงามกับชีวิตรัก และอวยพรกับคู่สมรส แต่ทว่าก็ไม่ได้จะเอาไข่กบ เอานกมาทำขนมหรอก แท้จริง “ไข่กบ” ก็คือเม็ดแมงลัก มาทำขนมหวาน อวยพรให้มีลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง “นกปล่อย” คือลอดช่อง มีความหมายคือทำให้ชีวิตคู่ลื่นไหลยืดยาว “นางลอย” คือข้าวตอกที่เบ่งบาน คือการอวยพรให้ความรักสวยงามแช่มชื่นรื่นรมย์ และส่วนท้ายคือ “อ้ายตื้อ” คือข้าวเหนียวนึ่งสุก(ไม่ใช่ข้าวเหนียวมูน) แน่นอนว่าให้รักกันเหนียวแน่นยาวนานนั่นเอง

สรุปแล้ว เมนูนี้ไม่มีทั้งกบ นก และไม่มีทั้งไก่ นะครับ

เสือร้องไห้

ไม่งอแงสิที่รัก

 

มาถึงเมนูเด็ดและชื่อเมนูที่เป็นปริศนานับพันปี (อันนี้ก็เวอร์ไป) หลายคนคงสงสัยว่า “เสือร้องไห้” คืออะไร และที่สำคัญคือเหตุผลกลใดถึงได้งอแงเช่นนี้ บางคนอาจมีข้อสัญนิษฐานไปต่างๆ นาน เอาจริงๆ แล้วเรื่องเล่าที่มาที่ไปหรือว่ากันว่าเป็นตำนานของเสือร้องไห้นั้นมีมากพอตัวเลย ไม่รู้แน่ชัดว่าอะไรจริงที่สุด แต่ที่เป็นข้อเท็จจริงที่สุดก็คือ เสือร้องไห้มิได้มีส่วนใดที่ทำจากเสือ แต่เป็นกับแกล้มชั้นดีที่มาจากเนื้อส่วนอกของเนื้อวัว หรือ brisket ซึ่งจะมีเนื้อและมันแทรกอยู่ เมื่อย่างบนเตาถ่านร้อนๆ ก็ได้ทั้งความหอมของเนื้อ มัน และถ่าน ส่วนที่มาของคำว่าเสือร้องไห้ก็มีทั้งแต่ เพราะเหนียวมากจนเสือกินไปร้องไปด้วยความทรมาน บ้างก็ว่าเสือล้มวัวได้ก็กินด้วยความตะกละเมามันกินจนหมดทั้งตัวจนเพิ่งได้รู้ว่าเนื้อส่วนนี้มันอร่อยแค่ไหนจึงร้องไห้อาวรณ์ให้กับความเขลาของตัวเองที่มาเจอของอร่อยตอนกินไม่ไหวแล้ว แต่สุดท้ายไม่ว่าเสือจะงอแงด้วยเหตุผลอะไร สำหรับคนรักเนื้อ “เสือร้องไห้” เป็นเมนูที่อร่อยเสียเหลือเกิน

จบการรายงานความแปลกไม่ตรงปกของชื่ออาหาร สำหรับใครมีแปลกกว่านี้แชร์กันมาเลย

………………………………….

happyman

โดย: happyman

The Masks Stranger หน้ากากเมนู (ชื่อ) แปลก! ….อาหารไม่ตรงปก
5 (1)