6 สถานที่ Check in เมื่อไปเยือนเกาะเกร็ดทั้งทีต้องห้ามพลาด

6 สถานที่ Check in เมื่อไปเยือนเกาะเกร็ดทั้งทีต้องห้ามพลาด

หนึ่งวันเที่ยวที่ไหนดี? ประโยคยอดฮิตของเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่เหนื่อยล้าจาการทำงานตลอด 5 วัน ที่ต้องการจะหาที่พักผ่อนในวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ ซึ่งแน่นอนว่าสถานที่นั้นต้องจะต้องอยู่ไม่ห่างจากเมืองกรุงมากนัก การเดินทางสะดวก และที่สำคัญต้องอาหารต้องอร่อยๆ วันนี้เราจึงหยิบสถานที่ใกล้กรุงแห่งหนึ่งมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน

เกาะเกร็ด เกาะกลางแม่น้ำที่เกิดจากการขุดคลองลัดแม่น้ำเจ้าพระยาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เพื่อให้การสัญจรสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราชได้โปรดเกล้าให้ชาวมอญมาตั้งรกรากบนเกาะเกร็ด ด้วยเหตุนี้เองทำให้เกาะเกร็ดเกิดการท่องเที่ยวที่หลากหลาย เกิดการผสมผสานวัฒนธรรมกันอย่างลงตัว จนเป็น Check List ที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดเมื่อมาเกาะเกร็ด ไม่ว่าจะเป็นมาเกาะเกร็ดต้องไหว้พระวัดต่างๆ ต้องลองปั้นเครื่องปั้นดินเผา ต้องชิมอาหารมอญโบราณ ต้องลองข้าวแช่ ทอดมันหน่อกะลา เป็นต้น

วันนี้เราจึงอยากจะแนะนำ 6 สถานที่ Check in เมื่อไปเยือนเกาะเกร็ดทั้งทีต้องห้ามพลาด ที่สำคัญเราแนะนำว่าให้เช่าจักรยานปั่นรอบเกาะดีกว่าถึงจะเก็บทั้ง 6 สถานที่ได้ครบและรวดเร็ว โดยเราจะปั่นทวนเข็มนาฬิกา จากทางขวาของเกาะปั่นไปเรื่อยๆ ก็จะครบทั้งเกาะพอดี เราไปเริ่มกันเลย

1. วัดปรมัยยิกาวาส (วัดปากอ่าว) เป็นจุด Check in เริ่มต้นของนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวเกาะเกร็ด สิ่งที่ห้ามพลาดคือการไหว้พระนนทมุนินท์ พระประธานในพระอุโบสถของวัดปรมัยยิกาวาส และที่สำคัญที่ห้ามพลาดคือเจดีย์มุเตา หรือเจดีย์เอียงริมน้ำ ที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะเกร็ดแห่งนี้

2.วัดไผ่ล้อม จุด Check in ที่ 2 วัดนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย สิ่งที่ห้ามพลาดของวัดนี้คือพระอุโบสถที่สวยงามมาก ด้วยตัวพระอุโบสถที่อยู่ตรงกลางพอดี และมีวิหารอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวา กอรปกับทางเดินและรูปปั้นสีทองทั้ง 2 ตัว ยิ่งเป็นจุดเสริมให้พระอุโบสถวัดไผ่ส้อมสวยงามจนต้องยกกล้องมาเก็บภาพแน่นอน

3.โรงงานเครื่องปั้นดินเผาป้าตุ่ม จุด Check in ที่ 3 เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่ยังเหลืออยู่บนเกาะเกร็ด นอกจากนนี้ยังเป็นแหล่งการเรียนรู้เครื่องปั้นดินเผาของกศน.ปากเกร็ดอีกด้วย สิ่งที่ห้ามพลาดคือการได้ลงมือปั้นเครื่องดินเผาด้วยตัวเองและสามารถนำกลับบ้านเป็นที่ระลึกได้

4.วัดเสาธงทอง จุด Check in ที่ 4 เป็นวัดโบราณอีกเช่นเคย ว่ากันว่าวัดนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี เดิมถูกเรียกว่า วัดสวนมาก เนื่องจากแต่เดิมบริเวณวัดมีต้นหมากขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งที่ห้ามพลาดของวัดนี้คือ พระอุโบสถโบราณ หลวงพ่อทันใจ และพระเจดีย์ทรงกลีบมะเฟือง

5.บ้านกลุ่มศิลปประดิษฐ์ผ้าบาติก จุด Check in ที่ 5 ปกติจุดนี้จะเป็นหนึ่งในจุดจอดของเรือนำเที่ยวรอบเกาะที่จะให้จอดให้นักท่องเที่ยวได้แวะซื้อของ แต่เราแนะนำว่าให้ปั่นจักรยานมาเองดีกว่าเพราะบรรยากาศข้างทางขอกบอกว่าสวยมาก สิ่งที่ห้ามพลาดของบ้านกลุ่มศิลปะประดิษฐ์ผ้าบาติก คือ การได้ลงมือออกแบบและลงสีผ้าบาติกด้วยตัวเอง และสามารถนำกลับบ้านได้เช่นกัน

6.วัดฉิมพลี จุด Check in สุดท้ายของทริปนี้ เป็นวัดโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยา ถึงแม้ว่าวัดฉิมพลีเป็นวัดที่มีพระอุโบสถขนาดเล็กแต่ก็ยังมีความงดงามอย่างมาก นอกจากพระอุโบสถที่เป็นสิ่งที่ห้ามพลาดของจุดนี้แล้ว พระเจดีย์ย่อมมุมไม้สิบสอง ที่ตั้งอยู่ข้างๆ พระอุโบสถก็เป็นสิ่งที่ห้ามพลาดเช่นกัน

หลังจากเสร็จจุด Check in ที่ 6 แล้วก็ปั่นจักรยานต่ออีกสักหน่อยก็จะมาครบที่จุด Check in ที่ 1 พอดี เพียงเท่านี้ทุกท่านก็จะเที่ยวเกาะเกร็ดได้อย่างครบถ้วนแน่นอน

การเดินทางมาเกาะเกร็ด

1.รถส่วนตัว  สามารถใช้ Google Map นำทางได้เลย โดยใช้จุดหมายปลายทางว่า “วัดสนามเหนือ” แล้วขึ้นเรือข้ามฟาก ราคา 2 บาทไปยังเกาะเกร็ด

2.รถโดยสารประจำทาง นั่งรถโดยสารประจำทางสาย 166 อนุสาวรีย์ – เมืองทองธานี โดยเราจะลงที่ป้ายท่าน้ำปากเกร็ด เดินต่อไปยังวัดสนามเหนือ ต่อจากนั้นก็ขึ้นเรือข้ามฟาก ราคา 2 บาทไปยังเกาะเกร็ด

3.ทางเรือ หากใครต้องการชมวิวริม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แนะนำการเดินทางนี้เลย สามารถเริ่มต้นจากท่าสะพานตากสิน โดยใช้บริการของเรือด่วนพิเศษธงส้มไปลงที่ท่าน้ำนนท์ จากนั้นก็สามารถต่อรถไปยังวัดสนามเหนือได้ 3 วิธีคือ รถโดยสารประจำทาง รถตู้ และแท็กซี่ แล้วแต่สะดวก แล้วต่อจากนั้นก็ขึ้นเรือข้ามฟาก ราคา 2 บาทไปยังเกาะเกร็ด

โดย: Foodstylist Channel

6 สถานที่ Check in เมื่อไปเยือนเกาะเกร็ดทั้งทีต้องห้ามพลาด
ให้คะแนนบทความ