ปรุงดิน หมักปุ๋ย ปลูกผัก ยังไงให้พืชกินอร่อย แถมสุขภาพดีแบบปลอดสาร ฉบับคนเมือง #1

ปรุงดิน หมักปุ๋ย ปลูกผัก ยังไงให้พืชกินอร่อย แถมสุขภาพดีแบบปลอดสาร ฉบับคนเมือง #1

เราเคยฉุกคิดขึ้นมาไหมว่าผักผลไม้ที่เรากินทุกวันนี้ กว่าจะออกดอกผลมาสวยงามอย่างที่เห็นผ่านสารเคมีอะไรกันมาบ้าง ทั้งฉีด พ่น เคลือบ ชุบ เราไม่สามารถมองเห็นสารเหล่านั้นด้วยตาเปล่าเลย ครั้นจะปลูกพืชกินเองแน่นอนว่าสำหรับคนเมืองคงเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เราจึงออกค้นหาสเตปการปรุงดินให้อร่อย หมักปุ๋ยให้สมบรูณ์ และวิธีเพาะกล้าสวยๆ ตามแบบฉบับคนเมือง ที่แค่อ่านจบก็ทำตามได้แล้ว

 

ขั้นตอนทั้งหมดนี้เราได้ไปศึกษาสูตรกันที่ บ้านสวนเรียนรู้ Organic Way” โดย ครูหน่อย พอทิพย์ เพชรโปรี ได้ก่อตั้งที่แห่งนี้เกือบ 10 ปี แล้ว เดิมทีครูหน่อยเปิดร้านอาหารมังสวิรัติ และมีธุรกิจทำนมออแกนิค เมื่อได้พื้นที่ตรงนี้ก็ทำแปลงผัก สร้างเป็นแหล่งอาหารและแหล่งเรียนรู้ สำหรับคนเมืองที่อยากปลูกผัก ซึ่งวันนี้ พี่วิโรจน์ ปลอดสันเทียะ หรือพี่โรจน์จะเป็นคนสอนการปรุงดิน หมักปุ๋ย และเพาะกล้า เป็นอาหารให้กับต้นไม้ แบบสเตปบายสเตปชนิดที่ว่าละเอียดยิบทุกขั้นตอน จะคนเมืองแค่ไหนก็สามารถทำตามได้ไม่ยาก

ปรุงดินยังไงให้อร่อย

วิธีนี้เป็นการเปลี่ยนจากอาหารคนเป็นอาหารพืช หมักดินเพื่อให้สภาพดินดี ร่วนซุย เพิ่มจุลินทรีย์มีประโยชน์ในดิน ซึ่งจุลินทรีย์นี้จะไปแปรรูปให้ธาตุอาหาร ธาตุเคมีต่างๆ ที่อยู่ในดินกลายเป็นสารอาหารให้พืชสามารถนำไปใช้เจริญเติบโตได้ เกิดเป็นต้นไม้ที่แข็งแรง พืชบางชนิดเมื่อมีรากที่แข็งแรงจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างไขขึ้นเพื่อปกป้องการรบกวนจากแมลง ต่างจากต้นไม้ที่ใช้สารเคมีหรือดินไม่ดีในการปลูกก็จะมีแมลงและโรคต่างๆ มารบกวนได้ง่าย

วิธีปรุง

1. นำของแห้งจำพวกใบไม้แห้ง เศษหญ้า กระดาษ ทิชชู่ หรืออะไรก็ได้ที่เป็นของแห้งและย่อยสลายได้ 1 ส่วน มาคลุกเคล้าเข้ากับของสด หรือสารอินทรียวัตถุ เช่น เปลือกผัก ผลไม้ เศษอาหาร ก้างปลา กระดูก มูลสัตว์แห้ง อีก 1 ส่วน

 

ดิน 1-2 ส่วน คลุกเคล้าเข้ากัน

2. เมื่อเข้ากันดีแล้วเติมดินลงไป 1-2 ส่วน

3. ใส่ปุ๋ยคอกตามลงไปประมาณหนึ่ง แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน

4. นำดินที่ได้ใส่ถุง แล้วรดน้ำที่เติมน้ำตาลและหัวเชื้อน้ำหมักชีวภาพลงไปพอชุ่ม (อัตราส่วนน้ำที่ใช้รด 1 บัว ต่อ น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ ต่อ น้ำหมักชีวภาพ 1 ช้อนโต๊ะ) มัดปากถุงแบบกระโจมเพื่อให้มีอากาศข้างใน นำไปวางไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก และพ้นแสงแดด

ดินที่หมักไว้ประมาณ 3 เดือน

5. นำไปใช้หลังจากหมักได้ 1 เดือน

tips

– ควรคลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากันดีเพื่อจะได้เกิดกระบวนการหมักได้เร็วและดียิ่งขึ้น

– ดินที่แนะนำคือ ดินก้ามปู เพราะใบก้ามปูเป็นพืชตระกูลถั่ว ทำให้มีไนโตรเจนเยอะดีต่อพืช

– หากเศษอาหารเป็นแกงกะทิ หรือเนื้อสัตว์เยอะควรเพิ่มส่วนของแห้ง หญ้าแห้งเข้าไปเพื่อซับน้ำและกลิ่นเหม็น

– กระบวนการหมักที่มีจุลินทรีย์หากโดนแดด จุลินทรีย์จะตายส่งกลิ่นเหม็นได้

– วิธีนี้เป็นวิธีเตรียมดินเพื่อปลูกในแปลงได้เลย แต่ไม่แนะนำให้หมักดินลงแปลงที่มีต้นไม้อยู่ เพราะกระบวนการหมักจะเกิดความร้อน 50-60 องศาเซลเซียส

– ถุงที่ใส่ดินควรเป็นถุงที่ระบายอากาศได้ หากใช้ถุงพลาสติกต้องเจาะรูรอบได้

ส่วนใครที่พอเห็นขั้นตอนแล้วถอดใจ หันไปพึ่งดินถุงที่วางขายทั่วไปต้องลองคิดใหม่ เพราะดินถุงที่มีส่วนผสมของขุยมะพร้าวมาก จะมีสารแทนนินเยอะ ซึ่งจะทำให้ต้นไม้ชะงักการเจริญเติบโตได้

หมักปุ๋ย เพิ่มพลังให้กับพืช

วิธีนี้คล้ายกับการหมักดิน แต่การใส่วัตถุดิบจะใส่สลับชั้น ไม่คลุกเคล้า และไม่ใส่ดินลงไป

1. เตรียมภาชนะโปร่งเพื่อหมักปุ๋ย ชั้นแรกใส่ของแห้ง สลับกับของสดจนเต็มภาชนะ

2. ใส่ปุ๋ยคอก และน้ำผสมน้ำตาลกับน้ำหมัก 1 บัว ลงไปเพื่อเร่งให้เกิดกระบวนการเร็วขึ้น

3. รดน้ำแบบนี้ทุกวัน โดยการใช้น้ำเก่าในภาชนะนั้นกลับมารดลงปุ๋ยหมัก หรือหลัง 12 ชั่วโมงแรก จะนำไปรดผักเลยก็ได้  อัตราส่วนคือน้ำปุ๋ย 1 ส่วน น้ำ 10-100 เท่า ตามความเจือจางของน้ำปุ๋ย พอน้ำในภาชนะรองแห้งก็รดน้ำลงปุ๋ยหมักใหม่อีกครั้ง

4. ผ่านไป 60 วัน จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพมาเพิ่มพลังต้นไม้

tips

– หลักการนี้เรียกว่า compost ตามรากศัพท์ภาษากรีกเดิมแปลว่า หน้าดินที่อยู่ในป่า บางคนเรียกว่า compost tea หรือชาปุ๋ย เพราะลักษณะการหมัก คล้ายเป็นการดริปกาแฟ แต่เปลี่ยนจากกาแฟเป็นดริปปุ๋ย

ใบไม้ที่ใช้ควรเป็นใบเล็กเพื่อให้ย่อยสลายง่ายและเร็ว เช่น ใบก้ามปู ใบกระถิน ใบหางนกยูง ใบมะขาม ถ้าเป็นใบใหญ่ให้ฉีกเป็นชิ้นเล็ก หรือให้ดี่ที่สุดคือใช้แบบหลากหลาย

– วิธีที่ดูว่าปุ๋ยของเราใช้ได้แล้วคือ ต้องไม่มีกลิ่นเหม็น แต่มีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นฝนตกใหม่ๆ และสารอินทรีย์ได้ย่อยสลายไปแล้ว หรือย่อยสลายง่ายขึ้น

– อัตราการใส่ปุ๋ยคือ ดิน 2 ส่วน ปุ๋ย 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วใช้ปลูกผักได้เลย หากต้องการบำรุงให้โรยปุ๋ยทุกอาทิตย์หรือโรยหลังจากเก็บเกี่ยวพืชผล

– หากใช้กากกาแฟเป็นส่วนผสม ให้แทนในส่วนของสด

3 ข้อสำคัญของการหมักปุ๋ย

1. อากาศ ต้องถ่ายเทสะดวก
2. ความชิ้น โดนการรดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะจนเกินไป
3. จุลินทรีย์ จากเชื้อราที่ขึ้นตามใบไม้ ที่เป็นจุดขาวๆ เขียวๆ หรือจากน้ำหมักชีวิภาพที่หมักเอง

อัตราส่วนคือ ผลไม้หั่นชิ้นเล็ก 3 ส่วน (3 ชนิด) ต่อ น้ำตาลทรายแดง 1 ส่วน คลุกให้เข้ากันแล้วเก็บใส่ภาชนะปิด ทิ้งไว้ 1 อาทิตย์ ก็ใช้เป็นน้ำหมักได้แล้ว มีกลิ่นไม่เหม็น กลิ่นคล้ายน้ำส้มสายชูหรือแอลกอฮอล์ เหมาะกับพืชที่อยู่ในช่วงเริ่มออกดอก มีผล ช่วยเร่งให้ผลใหญ่ หากอยากบำรุงพืชกินใบ แนะนำให้ใช้เป็นยอดผัก หน่อกล้วยมาหมักแทนผลไม้ น้ำหมักนี้มีอายุการใช้งานไม่ควรเกิน 6 เดือน ไม่อย่างนั้นฮอร์โมนต่างๆ จะสลายหายไป

หลายครั้งที่เราอาจละเลย หรือหลงลืมไปว่าต้นไม้ ต้นพืชต่างๆ ก็ต้องมีการดูแลขั้นพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ หวังว่าสเตปการหมักดิน หมักปุ๋ยง่ายแสนง่ายด้านบนจะทำให้เกิดความอยากปรุงอาหารปลอดสารอร่อยๆ แถมมีประโยชน์ให้กับต้นพืชในสวนหลังบ้าน หน้าบ้าน หรือบนฟ้าของใครหลายคน

บ้านสวนเรียนรู้ Organic Way:
เลขที่ 1 ซ.ราษฎร์บูรณะ 30 ถ. ราษฎร์บูรณะ เเขวงราษร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะ กทม. 10140
โทรศัพท์:  ครูหน่อย 086-332-8266
เฟซบุ๊ค:  organicwaypage

 

พาไปปลูกต้นไม้กันต่อใน ปรุงดิน หมักปุ๋ย ปลูกผัก ยังไงให้พืชกินอร่อย แถมสุขภาพดีแบบปลอดสาร ฉบับคนเมือง #2

พาไปดูต้นไม้บนฟ้าที่ สวนเกษตรดาดฟ้า เขตคลองเตย อยู่สูงแค่ไหนก็ปลูกผักได้

พาเพาะเห็ดกินเองใน เพาะเห็ดเองที่ฟาร์มเห็ดช่างแดง อ.พระประแดง ไม่ยากอย่างที่คิด

พากินอาหารคลีนๆ ที่ My Home อาหารรสโฮมเมดจากผักไฮโดรโปนิกส์

—————————————

โดย: Foodstylist Channel

ปรุงดิน หมักปุ๋ย ปลูกผัก ยังไงให้พืชกินอร่อย แถมสุขภาพดีแบบปลอดสาร ฉบับคนเมือง #1
ให้คะแนนบทความ