OKTOBERFEST เทศกาลสำหรับสายดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

OKTOBERFEST

BEER FESTIVAL

พอย่างเข้าเดือนกันยายนนี้ทีไร …..  อดนึกถึงลานเบียร์กว้างๆชื่อ “เทเรซีวีเซอ” [THERESIENWIESE  อยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองมิวนิคเท่าไหร่นัก ซึ่งสามารถเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน (THERESIENWIESE) ไปขึ้นใกล้ๆกับบริเวณลานที่ว่านี้ได้เลยครับ]    ใน MUNICH  [นครมิวนิค  (MUNICH)   หรือ  มึนเช่น  (MUNCHEN)  เป็นเมืองหลวงของรัฐบาวาเรีย  (BAVARIA)  หรือ บาเยิร์น  (BAYERN) เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3  ของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี] ที่ผมเคยไปเยือนหลายครั้งมาแล้วไม่ได้เลยครับ

เพราะพื้นที่บริเวณนี้นี่แหละ ! …. มันเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดเทศกาลเบียร์ใหญ่อันดับหนึ่งของโลก ซึ่งมีผู้คนโดยเฉพาะคอเบียร์นับหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก  (ไม่ต่ำกว่าราว 6 ล้านคนในแต่ละปี) พากันหลั่งไหลเข้ามาในบริเวณงาน ( เพื่อดื่มเบียร์รวมกันประมาณ 8 ล้านลิตร และกินไส้กรอกหมูไม่ต่ำกว่า 430,000 เส้น) ซึ่งหลายต่อหลายคนรู้จักกันดีในนามของ “อ็อกโทเบอร์เฟสต์  ( OKTOBERFEST ) ”

แต่ชาวบ้านร้านถิ่นแถวโน้นเขากลับนิยมเรียกว่า “DIE WIESN” (MUNICH BEER FESTIVAL)  และต่อมาเหลือสั้นๆเพียง “WIESN”  แค่นั้นเองครับ

โดย “เทศกาล” อันมีชื่อเสียงนี้ มีที่มานับย้อนกลับไปได้ถึง 207 ปีก่อน (วันที่ 12 ตุลาคม ในปี ค.ศ. 1810) เมื่อครั้งชาวเมือง มิวนิก (  MUNICH ) ได้รับเชิญให้มาร่วมงาน ณ ลานTHERESIENWIESE นี้

เพื่อเฉลิมฉลองการอภิเษกสมรส (จัดขึ้นในวันที่ 12 ตุลาคม ปี ค.ศ. 1810) ระหว่าง มกุฎราชกุมารลุดวิค (BAVARIAN CROWN PRINCE LUDWIG) ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ ลุดวิกที่ 1 แห่งบาวาเรีย (KING LUDWIG I)

อันเป็นตาของ KING LUDWIG II (พระเจ้าลุดวิกที่ 2)  ผู้สร้างประสาท  “ปราสาทนอยชวานสไตน์ ”  (NEUSCHWANSTEIN ) ในปีค.ศ. 1845 บนยอดเขาลูกหนึ่งเพื่อเป็นที่ประทับอย่างสันโดษ ห่างไกลจากผู้คนในแถบ แคว้นบาวาเรีย (BAVARIA หรือ BAYERN) ประเทศเยอรมนี ที่รายล้อมด้วยภูมิทัศน์อันสวยงามของเทือกเขาแอลป์และทะเลสาบด้านล่าง ซึ่งงดงามในระดับต้นๆของโลก  (เป็นต้นแบบของการสร้างปราสาทใน สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ และ แดนเนรมิต) กับเจ้าหญิงเทเรเซ่ แห่ง แซ็กซ์ – ฮิลด์บวร์กเฮาเซ่น (PRINCESS THERESE OF  SAXE – HILDBURGHAUSEN)

และจากครั้งนั้น (เทศกาลเล็กๆ) จนถึงทุกวันนี้ “OKTOBERFEST ” ชาวบาวาเรีย (BAVARIAN) ก็จัดงานใหญ่โตขึ้นมาเรื่อยๆต่อเนื่องกันมากว่าสองร้อยปี (207 ปีมียกเลิกไปแค่ 24 ครั้ง จากภาวะสงครามและการแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาตกโรค รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรง) โดยเริ่มตั้งแต่กลางหรือปลายเดือนกันยายน ไปจนถึงต้นเดือนตุลาคมของทุกปียาวนานกว่า 16 วัน [ปกติ “อ็อกโทเบอร์เฟสต์” จัดกันแค่ 16 วัน แต่พอมาถึงปี ค.ศ. 1994 มีการปรับเปลี่ยนเวลา (หลังการรวมตัวของเยอรมนีตะวันตก – ออก) โดยเริ่มมีการกำหนดว่าถ้าวันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมไหน  ตรงกับวันที่ 1 หรือ 2 เทศกาลนี้จะจัดต่อไปถึงวันที่ 3 ตุลาคมจนถึง วันรวมประเทศ หรือ วันรวมชาติเยอรมนี ( GERMAN UNITY DAY  ) ]

สำหรับในปีนี้ ( 2017 ) เริ่มแล้ว !!!!!  (16 กันยายน – 3 ตุลาคม) แต่ใครที่สนใจอยากไปก็ยังทันนะครับ  [  ปีที่แล้ว (2016) จัดขึ้นในวันที่ 17  กันยายน  – 3 ตุลาคม]

OKTOBERFEST เขาถือเป็น “เทศกาลเบียร์แห่งชาติ” ซึ่งมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมของชาวเยอรมันมาก [และถือเป็นโอกาสทองของผู้ผลิตเบียร์ (BRAUEREI) ในการนำเบียร์เก่า ซึ่งถูกบ่มมาเพื่องานนี้เป็นการเฉพาะ ออกมาเทขายก่อนถึงฤดูกาลหมักเบียร์ในปีต่อไป  จึงเท่ากับเป็นจังหวะอันดีของผู้ร่วมงานที่ได้ดื่มเบียร์พิเศษ แบบมีสีและรสเข้ม รวมทั้งมีแอลกอฮอล์สูงกว่าเบียร์ทั่วๆไป (โดยปกติมาตรฐานเบียร์เยอรมัน แอลกอฮอล์ของเบียร์จะอยู่ที่ 5.3% แต่สำหรับในงานนี้ WIESNBIER  อยู่ระหว่าง 6 – 7 %)  หาดื่มได้ยากกว่าที่ขายกันอยู่ตามท้องตลาด] โดยเขาจัดกันในหลายเมืองและเกือบทั่วทุกประเทศในโลกใบนี้ทยอยกันไปในแต่ละเดือน ซึ่งบางที่ก็ใช้ชื่อเดียวกัน (OKTOBERFEST) รวมทั้งในบ้านเราด้วย (เป็นการจัดงานของสมาคมนักเรียนเก่าเยอรมันในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ราชกรีฑาสโมสร)

แต่ก็ยังไม่เคยมีที่ใดจะโดดเด่นและทำลายสถิติรวมผู้คนได้มากเท่า OKTOBERFEST ของมิวนิค เมืองหลวงแคว้นบาวาเรียไปได้เลยครับ

จะว่ากันไปแล้ว “เยอรมัน” ถือได้ว่าเป็นประเทศที่ผลิตและมีผู้คนนิยมดื่มเบียร์มากเป็นอันดับ 1 ของโลก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่ประเทศนี้จะเป็นผู้จุดประกาย “เทศกาลเบียร์” นี้ขึ้นมาจนโด่งดังไปทั่วโลก

โดยผู้คนที่เข้าไปร่วมในงานนี้ จะได้ดื่มด่ำไปกับอาหารการกิน ตามเต็นท์ขนาดใหญ่พร้อมเพลิดเพลินไปกับ BAVARIAN MUSIC  ในเกือบจะทุก TENT ซึมซับบรรยากาศแห่งวัฒนธรรม และชื่นชมประเพณีเก่าแก่กว่าสองศตวรรษของชาวเยอรมัน รวมทั้งเที่ยวดูนิทรรศการ ร้านขายของที่ระลึกและสนุกสนานกับกิจกรรมเครื่องเล่น ตลอดจนเกมสนุกๆอีกมากมาย (แต่เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีต้องออกจากพื้นที่ราว 2 ทุ่มนะครับ) ที่สำคัญคือขบวนพาเหรด !!! ที่หาชมไม่ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน

ซึ่งขบวนแห่หลังจากการเฉลิมฉลองครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 1810   ก็เริ่มพลิกฟื้นหันกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งในปี 1887 โดยมีเจ้าเมือง        มิวนิค มาร่วมขบวนอยู่ในรถม้า ที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้และเครื่องประดับต่างๆ อย่างสวยงามด้วย

พร้อมทั้งเหล่าบรรดาเจ้าของโรงเบียร์และกลุ่มร้านค้าต่างๆที่มาร่วมงานเทศกาลเบียร์รวมไปถึงพนักงานเสิร์ฟ , นักดนตรี พร้อมวงดุริยางค์หลายวง ในชุดหลากสีสัน เพิ่มความสนุกสนานครึกครื้น รวมกว่าหมื่นคน [ใส่ ชุดประจำท้องถิ่น (KALEIDOSCOPES) โดย ผู้ชายสวม หมวกเซนเนอร์ฮุต  (SENNER HAT) สวมกางเกงหนังเลเดอร์โฮเซน  (LEATHER POOCH TROUSERS) ส่วนผู้หญิงสวมเดิร์นเดิล  (SLEEVES CONSISTING) ประกอบด้วย เสื้อ กระโปรง (SKIRT) และผ้ากันเปื้อน (APRON)  สำหรับผู้ไปเยือนมักสวมหมวก ติโรเลอร์ฮูเทอ  (TAURUS HUTTER)] โดยตลอดเส้นทางจะมีแต่ความสนุกสนาน รื่นเริง คลุกเคล้าไปกับเสียงหัวเราะและ ดนตรี  ดำเนินต่อเนื่องกันไปตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

เริ่มจากถนน SONNENSTRASSE (ถนนใจกลางเมือง MUNICH)  ผ่านส่วนสำคัญต่างๆ ของเมืองมิวนิค ยาวเกือบ 7 กิโลเมตร ไปจนถึงลาน THERESIENWIESE

เอาล่ะครับ ! ทีนี้ก็มาดู  “ ข้อมูลที่ควรรู้ ”  ก่อนเข้าร่วมงานกันไว้บ้างก็ดี  อย่างเช่น

งานนี้ยังคงจัดขึ้นที่ลานกว้างชื่อ  “เทเรซีวีเซอ”    (THERESIENWIESE ที่เดิมมากว่า 207 ปีมาแล้วครับ)  ซึ่งภายในงานจะมีเต็นท์เบียร์ (BEER TENT) ขนาด เล็ก – ใหญ่แข็งแรงมากกว่า 20 เต็นท์ จุคนได้ถึงหลายพันคนตามนี้ครับ

1. Hofbrau tent festzelt

2. Hacker tent  festzelt

3. Schutzen festzelt

4. Kafer’s oktoberfest tavern

5. Brewer’s  rosi tent

6. Kuffler’s wine tent

7. Oxen tent

8. Augustiner tent

9. Lion’s brew tent

10. Marstall

11. Fischer vroni

12. Schottenhamel

13. Armbrustschutzen

14. Winzerer fahndl – paulaner festival hall

15. Weinzelt 

16. Ochsenbraterei /  spatenbrau – festhalle

17.pschorr – braurosl

18. Hochreiters kalbsbraterei

19. Braurosl / pschorrbrau

20.Hippodrom

นอกจากนั้นก็ยังมี TENT ขนาดย่อมๆ ที่รวมร้านอาหารและเบียร์ในบริเวณงานเข้าไปด้วย  อย่างเช่น Wienerwald , Cafe Kaiserschmarrn  (Rischart  , เป็น desert tent   คล้ายๆ Gingerbread house)  , Vinzenz murr , Feisingers Kas Und Weinstubn ,  Zur Bratwurst  ,  Glockle Wirt , Hendl – Und Entenbraterei Heimer , Poschner ‘ s Huhner Und Entenbraterei  ,  Huhnerbraterei Wildmoser , Metzger stubn – Vinzenz murr  ,  Zum stiftl , Able ’s Kalbs Kuchl , Schiebls Kaffeehaferl  , Café mohrenkopf , Bodos Café  Tent  , Schichtl , Ammer ให้ผู้ร่วมงานได้เลือกกันอย่างหลากหลาย

แต่สำหรับ Tent เด่นๆอยากเสนอไว้ให้เป็นทางเลือกสัก 10 Tent ตามนี้ครับ

1.Hofbrau (festzelt) จำหน่าย Beer Hofbrau

2.Hacker  (Festhalle) จำหน่าย Beer hacker – Pschorr

3.Schutzen festzelt จำหน่าย Beer Lowenbrau

4.Kafer’s wies’ nschabke จำหน่าย Beer Paulane

5.Brewer ’s Rosi Tent  จำหน่าย beer hacker – pschorr

6.Kuffler’s Wine Tent  จำหน่าย Wine & Champagne

7.Oxen Tent จำหน่าย ฺBeer Spaten

8.Augustiner Tent  จำหน่าย Beer Augustiner

9.Lion’s Brew Tent จำหน่าย Beer Lowenbrau

10.Marstall จำหน่าย Beer Hofbrau

ส่วนเบียร์ใช้เสิร์ฟในงาน [จะอนุญาตเฉพาะโรงบ่มเบียร์แถบเมืองมิวนิคเท่านั้น ที่เขาผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเทศกาลนี้ ตามกฎreinheitsgebot เป็นการเฉพาะ โดยจะมีการตรวจสอบ และคัดเลือกเบียร์อย่างเข้มงวดด้วย] ในปีนี้มี 6  Brand (Six Tradition Bavarian Brands) ด้วยกัน  ซึ่งทั้งหมดจะเป็นสไตล์  Oktoberfest  /  MARZEN  (เบียร์ในสไตล์นี้รสชาติมักออกแนว medium ไปจนถึง full body) ทั้งหมด คือ

1.Spaten

Spaten ผลิตโดย  Spaten  Franziskaner – Brau ให้สีอำพัน (amber) รสชาติปานกลาง  (Medium Bodied ) สมดุลลงตัวระหว่าง Roasted Malt กับ Hpps  มีดีกรี 5.9 %  มีขายที่ TENT OCHSENBRATEREI / SPATENBRAU

2.Hofbrau

Hofbrau เป็น Beer  (เคยได้รับรางวัลในปี 2008) ที่ออกรสชาติจะเข้มข้น ( Full body ) มีรสขมนิดๆ (ดีกรี 6.3 %  จำหน่ายที่ Tent Hofbrau Festzelt

3.Paulaner

Paulaner ผลิตโดย Paulaner Brauerei (Schorghuber) รสชาติเต็มไปด้วยกลิ่น (Malt , Dark Toffee) และรสชาติอันน่าประทับใจ (Full Body) มีดีกรี 5.8 %  (Brand ที่ขายกันในเทศกาลนี้จะเป็น Paulaner Amber) มีขายกันใน Tent  Armbrustschutzenzelt , Winzerer และ  Kafer Wies’n Schanke

4.Hacker – poschorr

Hacker  – Poschorr Paulaner ผลิตโดย  Paulaner Brauerei ที่มีกระบวนการผลิตซึ่งพิถีพิถัน ยาวนานกว่ากรรมวิธีผลิตเบียร์โดยทั่วไป ทำให้ออกรสเข้มข้น ขมหน่อยๆ และได้กลิ่นของ caramel ค่อนข้างชัดเจน มีดีกรี 5.80 %  ไปหาซื้อดื่มได้ที่ Tent Hacker – Festzelt และ Braurosl Tent

5.Augustiner

Augustiner ผลิตโดย Augustiner  – Brau รสชาติค่อนข้างจะอ่อนสักนิด ( Light ) สีออกแนว blond (เหลืองอ่อน) และ Edelstoff ( 5.6 % ) จะเข้มข้นและออกหวานมากกว่านิดหน่อย หาดื่มได้ที่ Tent Augustiner Festhalle และ Fischer – Vroni

6.Lowenbrau

Lowenbrau ผลิตโดย Lowenbrau Munich (Inbev) มีดีกรี 6.1 % ทั้งสี (Bright) และรสชาติ (Light) จะอ่อนกว่าตัวอื่นๆ หาซื้อได้ที่ TENT SCHUTZEN – FESTZELT และ LOWENBRAU

และในส่วนของ  beer ทั้ง 6 Brand ที่กล่าวมาแล้วนี้  เขานิยมเสิร์ฟกันด้วยแก้ว  Dimpled mug หรือ Stein Glass เหมือนกันทั้งหมด

และเบียร์ที่ออกมาจำหน่าย โดยมากมักจะขายเป็นแก้ว (แก้วละ 1 ลิตร หรือเรียกว่า mass  ถ้าครึ่งลิตรเรียกว่า halbe) ราคา (ตัวเลขกลมๆ) จะอยู่ประมาณ 10 ยูโร จะเสิร์ฟมาในเหยือกเบียร์จุ 1 ลิตร

พูดถึงเยอรมันแม้จะเป็นที่รู้จักกันในฐานะเมืองเบียร์ก็ตาม แต่สำหรับอาหารของเขานั้นยังมีเอกลักษณ์ และมีรสชาติซึ่งพอคุยกับเขาได้เหมือนกันนะครับ  โดยเฉพาะถ้าได้ทานควบคู่ไปกับเบียร์เยอรมัน  ยิ่งเป็นอาหารประจำชาติด้วยแล้ว …  พูดได้เลยครับว่า “ สุดยอด ” ซึ่งในบริเวณงานนี้เขามีให้เลือกลิ้มชิมรสกันอย่างหลากหลายจริงๆ อธิเช่น

Wurste

Wurst หรือไส้กรอกของเยอรมันเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยทางเยอรมันตอนเหนือ เช่น เบอร์ลิน นิยมทาน currywurst  (ไส้กรอกที่มีผงกระหรี่อยู่ด้านบน)

Currywurst

currywurst มนูขึ้นชื่อของเมืองเบอร์ลิน บางร้านจะราดซอสมะเขือเทศชุ่มๆ แล้วโรยด้วยผงกะหรี่ ในขณะที่ทางตอนใต้หรือ bavaria นิยมทาน  weisswurst หรือไส้กรอกขาวพร้อมกับ มัสตาร์ดหวาน

Wollwurst

แต่แถบเมือง Thuringen   [ ทือริงเงิน(เยอรมัน) หรือทูรินเจีย (อังกฤษ) ของประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ]      และ Nurnberg  [เนือร์นแบร์ก (เยอรมัน) หรือนูเรมเบิร์ก (อังกฤษ) ประเทศเยอรมนีขึ้นไปทางทิศเหนือ]  กลับนิยมเป็นไส้กรอกย่างกับกะหล่ำปลีดอง ที่เขาเรียกกันว่า

Rostbratwurst mit sauerkraut

Schweinshaxe (ขาหมูเยอรมัน) 

Brez’n

อาหารจานนี้มีชื่อเยอรมันว่า brez’n (ในอังกฤษจะเรียกว่า pretzel)  ถือกำเนิดมาจากทางตอนใต้ของ แคว้นบาวาเรีย มีความสดใหม่และอ่อนนุ่ม ควรทานควบกันไปกับ schweinshaxe พร้อมด้วย beer เยอรมัน จะเสริมรสชาติซึ่งกันและกันได้อย่างพูดไม่ถูก

Schweinebraten

Schweinedraten (schwein  เป็นภาษาเยอรมันแปลว่า หมู)  คือหมูย่าง โดยปกติจะถูกเสิร์ฟพร้อซอสกับ มันฝรั่ง Knodel

Knödel

Schnitzel

Schnitzel คืออีกหนึ่งในเมนูยอดฮิตในงาน  โดยปรุงจากเนื้ออะไรก็ได้ ( หมู , ไก่ และ  ลูกวัว หรือ  แกะ ) แต่เนื้อหมูกับเนื้อลูกวัวจะนิยมกันมากสักหน่อย

Sauerbraten

ปรุงด้วยวิธี  pot roast คือนำเนื้อชิ้นใหญ่มาอบในหม้อและเติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อย ใช้ความร้อนต่ำ ปิดฝาให้แน่น เพื่อให้เนื้อนุ่มและมีรสชาติของซอสเข้มข้นแทรกซึมอยู่ทั่ว เนื้อที่นิยมนำมาปรุงคือเนื้อวัว

คนเยอรมันมักนิยมกินกันในฤดูหนาว เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย โดยเสิร์ฟมาพร้อมกับผักลวก หรือ อาหารจำพวกแป้ง เช่น เส้น ชเปทซ์เลอ

Doner kebab

จริงๆ แล้ว เคบับ น่าจะเป็นอาหารประจำชาติของชาวตุรกี  (มีชาวตุรกีอพยพมาอยู่ในประเทศเยอรมนีเป็นจำนวนมาก)  แต่ในบริเวณงานเห็นมีขายกันทั่วซึ่งหากินได้ไม่ยาก

Steckerlfisch

ปลาย่างเป็นอาหารประจำชาติอีกอย่างของเยอรมัน steckerlfisch ที่ทำได้ง่าย และนิยมนำมาย่างกันกลางแจ้งหรือตามลานเบียร์

Brathend ’ l

ไก่ย่างแบบเยอรมัน ดั้งเดิม brathend ’ l  (จะกินครึ่งตัวหรือทั้งตัวก็ได้)  หากินได้ไม่ยากในเทศกาลนี้

Eintopf

Eintopf หรือ pichelsteiner เป็นอาหารที่ได้รับความนิยมในช่วง ฤดูหนาว ในสมัยก่อนอาหารจานนี้เกิดจากการนำเอาของเหลือมาปรุงรวมกันและไม่มีสูตรตายตัวเหมือนเดี๋ยวนี้

Kasespatzle

นอกจากอาหารเป็นเนื้อที่ว่ามาทั้งหมดแล้ว เยอรมันยังมีอาหารมังสวิรัติซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เช่น kasespatzle  (เป็นประเภทหนึ่งของก๋วยเตี๋ยว ทานกับชีส kase เติมหัวหอมย่างเพื่อเพิ่มรสชาติ ในบางร้านนิยมเสิร์ฟบนกระทะร้อน)

มาจนถึงจุดนี้แล้ว …. ผมแอบเชื่อและหวังว่า เท่าที่ร่ายยาวกันมาทั้งหมดนี้  คงเกิดประโยชน์กับพวกเราบ้างไม่มากก็น้อย งวดหน้าจะได้เจอกันในเรื่องซึ่งได้แอบโปรยเอาไว้แล้วนะครับ

 

วิฑูรย์ วงษ์สวัสดิ์

กรรมการผู้จัดการ โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์

E-mail : witoon.wong @gmail.com

www.witooncocktailandwine.com

 

ขอขอบคุณ

http://www.bigboytravel.com/europe/germany/munich/oktoberfest/best-beer-tents/

http://www.muenchen.de/int/en/events/oktoberfest/schedule.html

http://radicalroyalist.blogspot.com/2010/09/royal-origin-of-oktoberfest-200-years.html

โดย: Foodstylist Channel

OKTOBERFEST เทศกาลสำหรับสายดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ให้คะแนนบทความ