บ้านพิพิธภัณฑ์ เก็บวันนี้พรุ่งนี้ก็เก่า

บ้านพิพิธภัณฑ์ เก็บวันนี้พรุ่งนี้ก็เก่า

เชื่อว่าคงจะเป็นทุกคนกับการเก็บของเล็กๆ น้อยๆ บางคนก็เล่นใหญ่เก็บของเล่นชิ้นโต บางทีเก็บจนลืม จนเก่าก็มี แต่ทุกชิ้นที่เราเลือกมาลงกล่องล้วนมีคุณค่าต่อจิตใจ เช่นเดียวกับ อาจารย์เอนก นาวิกมูล ที่เริ่มจากขวดน้ำมะเน็ดของเพื่อน ตามมาด้วยของเล่น ของใช้วัยเด็ก จนในที่สุดก็จัดตั้งขึ้นเป็น “พิพิธภัณฑ์เด็ก” จนถึงทุกวันนี้ได้กลายมาเป็น บ้านพิพิธภัณฑ์” ทั้งสองหลังแบ่งโซนให้เราได้ซึมซับบรรยากาศในสมัย พ.ศ. 2500 เดินชมกันจุใจกันเพลินจนแทบลืมเวลา

เมื่อก้าวเข้าบ้านสามชั้นหลังแรก สิ่งที่สะดุดตาทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างเราคือ โรงจันอับ” เต็มไปด้วยของเล่นเด็กและขนม ซึ่งต้องใช้เวลานานพอดูในการที่จะซึมซับความรู้สึกให้ละเอียดจึงขอเก็บส่วนนี้ไว้เป็นส่วนสุดท้าย ชั้นที่ 1 เป็นร้านของเล่นกระจุกกระจิกมากมาย

ตรงข้ามโรงจับอับคือ ร้านจี้มิ้นขายยา” ในตู้เต็มไปด้วยขวดยา กล่อง ซองยา ชั้นต่างๆ ยิ่งทำให้นึกถึงสมุนไพรยาจีน

ตามบันไดทางขึ้นชั้นสองมีของใช้อายุมากวางเรียงรายให้ชม พอขึ้นมาเจอเข้ากับห้องถ่ายรูปจำลองโบราณ มีฉาก เก้าอี้วางเรียงไว้สวยงาม แน่นอนนี่ไม่ใช่แค่วางโชว์สวยๆ แต่ทุกเสาร์อาทิตย์มีช่างภาพมาถ่ายรูปให้จริงๆ เพียงรูปละ 100 บาท ถือว่าเป็นการเก็บบรรยากาศย้อนยุคสไตล์ขาวดำได้เก๋ไปอีก

ห้องข้างๆ เป็นร้าน ลิขิตสาสน์” ร้านหนังสือ นิยาย ตั้งแต่ ปริศนา เพียงฝัน สกาวเดือน เมียหลวง ขุนวรวงษา และอื่นๆ นับร้อยเล่ม ทั้งร้านขายแผ่นเสียงบางโตก็มีวางโชว์

อีกหนึ่งห้องที่น่าสนใจไม่น้อยคือโรงหนังฉบับมินิ ที่ฉายหนังให้เราดูจริง หรือเรียกว่าได้ดูสารคดีน้ำท่วมครั้งใหญ่ของกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2485 เข้าไปนั่งดูบนเก้าอี้โรงหนังแบบเก่าให้ฟีลดีจริงๆ

ขึ้นต่อไปอีกที่ชั้นสาม เป็นย่านใจกลางกรุงความศิวิไลซ์ของเมืองถูกย่อมาไว้ที่นี่ ทั้งที่ว่าการอำเภอสีหนคร อารมณ์ขึงขังเหมือนเป็นห้องนายอำเภอคนจริง ข้างๆ เป็นห้องเรียน โต๊ะเก้าอี้ไม้ และกระดานดำถูกวางเรียงไว้ ดูแล้วนึกย้อนไปถึงสมัยเด็กที่ต้องเขย่งเท้าลบกระดานเลย

บ้านสามชั้นที่บรรจุเรื่องราวมากมายทำเอาซะเหนื่อยจนต้องย้อนลงมาข้างล่าง เข้าสู่บ้านหลังที่สอง มีโชว์ทั้งร้านกาแฟโบราณ น้ำอัดลม ร้านขนม น้ำแข็งไสแบบไทยๆ เห็นแล้วก็อยากกินชาดำเย็นเลย แต่ถ้ากินของหวานมากไปแล้วไม่แปรงฟันจะเกิดฟันผุ เลยต้องเดินมาดูร้านทำฟันโบราณที่เมื่อเห็นแล้วจะรีบรักษาช่องปากให้สะอาดที่สุด ข้างๆ เป็นร้านทองถูกจำลองมาใหญ่โต

เดินกันจนเหนื่อยสองชั้นสามชั้นสองหลัง คงต้องหนีมานั่งพักที่คาเฟ่แบบชิลล์ๆ สั่งน้ำไป ดื่มด่ำบรรยากาศไป ช่างเป็นวันหยุดสุขสบายของคนเมืองกรุงเสียจริง และคงถูกใจสายแชะและแชร์ด้วย เพราะที่นี่มีมุมถ่ายภาพให้จุใจเหลือเกิน ซึ่งจะมีป้ายบอกไว้ตามจุดต่างๆ ว่าส่วนไหน ชิ้นไหน ถ่ายรูปได้ แต่ห้ามแตะต้องและเคลื่อนย้าย ไม่อย่างนั้นอาจทำให้วัตถุเกิดความเสียหาย

และตามสัญญาที่บอกไว้ข้างบน ขอเก็บโรงจันอับมาไว้ตรงนี้ เราไม่พลาดที่จะหยิบขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อยสักสี่ห้าชิ้นมากิน ชิม เล่นซะหน่อย

เริ่มด้วย 1 tasty fruit บ๊วยดองสีเข้ม รสเปรี้ยวหวานตาหยี

2 น้ำเต้า ปู ปลา กินก็ได้ เล่นก็ดี ข้างในเป็นลูกอมแข็งโป๊ก พอละลายได้รสช็อกโกแลต และชั้นสุดท้ายแปลกใจมากว่าออกมาเป็นถั่ว

3 ลูกอมรสต่างๆ รสเลมอรให้กลิ่นซิตรีสจ๋ามาก กินแล้วหวานๆ รสเปปเปอร์มิ้นท์หวานเย็นๆ รสสตรอว์เบอร์รี่ (แอบงงว่าหน้าซองเป็นรูปราสป์เบอร์รี่ซะงั้น) หอมหวานกลิ่นสตรอว์เบอร์รี่

4 ช็อกโกแลตรูปเต่าทองแสนน่ารัก หวานมันตามสไตล์

 

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก คนละ 10 บาท
บ้านพิพิธภัณฑ์: 170/5 เทพมณฑล ศาลาธรรมสพน์ ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ 10170
เปิด: เสาร์-อาทิตย์ 10.00-17.00 น.
โทรศัพท์: 089-200-2803

 

สะสมความสุขกันต่อที่ พิพิธภัณฑ์สุขสะสม สะสมทั้งความสุขและเรื่องราว

ความทรงจำรสต่างๆ เมื่อยังเด็ก ความอร่อยในความทรงจำ

อิ่มท้องกับอาหารไทยต้นตำรับใน บ้านยี่สาร

—————————————

โดย: faywhale

บ้านพิพิธภัณฑ์ เก็บวันนี้พรุ่งนี้ก็เก่า
ให้คะแนนบทความ