HEALTH & TREND (SPORT DRINK) ตอนที่ 2

SPORT DRINK

เอาล่ะ !  ในงวดนี้เราจะได้มาเข้าประเด็นตรงไปในเรื่องของเครื่องดื่ม อันเกี่ยวพันกับการออกกำลังกายดูกันบ้าง โดยผมอยากจะพูดถึง “น้ำเปล่า” เครื่องดื่มดีที่สุดสำหรับการนี้ (การดื่มน้ำเพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไป ความจริงนั้นก็พอเพียงแล้ว เพราะโดยปกติร่างกายสามารถปรับตัวต่อการเสียเหงื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้เกลือแร่ชดเชย  เว้นเสียแต่ว่าเป็นการออกกำลังกายที่หนักและต่อเนื่องนานๆ จนร่างกายขาดเกลือแร่จริงๆเท่านั้น)  ก่อนเป็นอันดับแรก  [รองๆลงมาก็จะเป็นน้ำผักหรือน้ำผลไม้ และเครื่องดื่มเสริมพลังอื่น ๆ ที่ปราศจากคาเฟอีน  (CAFFEINE)(บางตำรากลับสนับสนุนให้ดื่มกาแฟ 1 ถ้วย ประมาณ 5 – 10 นาที ก่อนออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย    ส่งผลถึงประสิทธิภาพในการออกกำลังกาย  และ เครื่องดื่มชูกำลัง (ENERGY DRINKS)   ซึ่งส่วนใหญ่ก็ผสม คาเฟอีน  (CAFFEINE) ในปริมาณไม่เกิน 50 มิลลิกรัม ต่อ 1 ขวด (100 – 150 มิลลิลิตร)  เพื่อเน้นพลังงานด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะของไทยอย่าง กระทิงแดง , ลิโพวิตันดี และ คาราบาว)และแอลกอฮอล์ ]

ซึ่งพวกเราจะเชื่อกันไหมล่ะครับว่า  “ น้ำเปล่า ” ( WATER ) ธรรมดาแท้ๆ กลับกลายเป็นเครื่องดื่มซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จน ซีเอ็นเอ็นโก  ( CNNGO , ซึ่งเป็นผลผลิตของ CNN สำนักข่าวใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง)  เคยถึงกับยกระดับให้เป็นเครื่องดื่มที่อร่อยและโดนใจมากเป็นอันดับ 1 ของโลก   [ จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้คนจากทั่วโลกเป็นจำนวนมาก (POLL)]

น้ำ (SIMPLE IS THE BEST)

น้ำ คือสารอาหารอันเป็นสารประกอบเคมีในรูปของเหลวแบบไม่มีรสชาติและไม่มีกลิ่นซึ่งสำคัญที่สุดต่อร่างกาย  (มนุษย์สามารถมีชีวิตอยู่ได้หลายสัปดาห์หากขาดอาหาร แต่จะอยู่ได้เพียงไม่กี่วันหากขาดน้ำ)  โดยจะทำหน้าที่เป็นตัวละลายหลัก ๆ  (สำหรับอาหารที่ผ่านกระบวนการย่อยในกระเพาะ)

ผู้คนจึงเรียกหาแต่  “น้ำเปล่า ” จนกลายเป็นเครื่องดื่มประจำ  (REGULAR DRINKS) กันมานานมากแล้ว  ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีราคาถูกสามารถหาซื้อได้ง่าย ในรูปแบบต่างๆ หลากหลายราคา ซึ่งเหมาะสมสำหรับนักกีฬา

ส่วนถ้าจะเจาะจงถามถึงปริมาณการดื่มในแต่ละวัน ก็คงตอบอยากสักหน่อย  เพราะการสูญเสียน้ำของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันออกไป  (แต่โดยทั่วไปแล้วการดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวันถือว่าดีต่อสุขภาพแล้วล่ะครับ)

แต่ที่แน่ๆไม่ควรรอให้กระหายน้ำก่อนแล้วจึงค่อยหาดื่มเพราะเมื่อใดถ้ารู้สึกกระหายน้ำ แสดงว่าร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำแล้ว (น้ำตาลในเลือดซึ่งใช้เป็นพลังงานเริ่มค่อยๆลดลง  และถ้าปล่อยให้  คาร์โบไฮเดรตชื่อว่า ไกลโกเจนที่เป็นพลังงานใช้ในการเคลื่อนไหวถึงกับต้องหมดไป ทีนี้แหละกล้ามเนื้อจะรู้สึกหนัก จนขยับแขนขยับขาแทบไม่ออก จะส่งผลทำให้สมรรถภาพของการออกกำลังกายจะลดลง

อย่างไรก็ตาม ….  ก็ต้องระวังอย่าดื่มน้ำปริมาณมากๆในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะเด็กอ่อนและคนชรา เพราะอาจทำให้ถึงกับเสียชีวิตได้ (คนโบราณเขาถึงมีกุศโลบายใช้ดอกมะลิลอยลงบนน้ำเปล่าเพื่อใช้รับแขกมาแต่โบราณ ที่นอกจากจะช่วยทำให้ชุ่มชื่นหัวใจแล้ว  ยังจะช่วยให้ผู้ดื่มต้องคอยระวังไม่ให้มะลิเข้าปาก เป็นการชะลอความเร็วในการดื่มไปได้ในตัวอีกด้วย)

และก็ใช่ครับ ! สำหรับคนที่ออกกำลังกายควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากกว่าคนปกติ ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับชนิดของกิจกรรม  ถ้าเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ควรจะดื่มน้ำเพิ่มเข้าไปครั้งละ 1 – 2 แก้ว  (หลังจากออกกำลังกายแล้ว)  แต่ถ้าเป็นช่วงยาวขึ้นไปหน่อย ก็ให้เพิ่มขึ้นมาอีกสัก 2 – 3 แก้ว   คงน่าจะเพียงพอแล้วล่ะครับ

นอกจากนี้น้ำเปล่ายังจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญอาหาร , ระบบย่อยอาหาร และ ปวดศีรษะ รวมทั้งสร้างความสดชื่นให้ทั้งร่างกายและผิวพรรณได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

สำหรับกับคำถามที่ว่าจะดื่มน้ำตอนไหนดี  ? คำตอบก็คือตอนเช้าครับ โดยแบ่งมาดื่มสัก 1 แก้วก่อน พอสายๆหน่อย ค่อยทยอยดื่ม ต่อเพิ่มสัก 2 แก้ว  แต่พอตกถึงบ่ายโมงควรดื่มแบบทิ้งระยะให้ได้  3 แก้ว  จากนั้นปล่อยผ่านไปตอนเย็นราว 1 ทุ่มถึง 2  ทุ่มถึงค่อย ดื่มอีก 1 แก้ว  สุดท้ายก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว  ( เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนไปชะล้างสิ่งตกค้างใน ลําไส้ และ กระเพาะอาหาร   ส่วนแก้วสุดท้ายนี้ถ้าเป็นน้ำอุ่นก็จะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้นนะครับ) เป็นอันว่าจบ

ทั้งหลายทั้งปวงพวกเราต้องไม่ลืมด้วยว่า การออกกำลังกายทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะการฝึกที่หนักหน่วง

ทำให้ลำพังแค่  “น้ำเปล่า”  อาจรับมือไม่ไหว จำต้องวิ่งหาเอาเครื่องดื่มที่มีคาร์โบไฮเดรต และมีเกลือแร่ผสม เข้ามาเสริมทัพด้วย     เพื่อมาเป็นพลังงานสำรองให้กับกล้ามเนื้อ   ทำให้มีความทนและมีสมรรถภาพในการฝึกซ้อมมากขึ้น (การออกกำลังกายนานๆ มากกว่า 1 ชั่วโมงขึ้นไป   จะทำให้ไกลโคเจนที่สะสมในกล้ามเนื้อถูกใช้หมดไปราว 5 – 8 เปอร์เซ็นต์)

ซึ่งอาหารเสริมพลังงานสำหรับผู้รักการออกกำลังกายในรูปเครื่องดื่ม ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะสามารถให้ทั้งพลังงานและน้ำได้ในคราวเดียวกัน โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะแบ่งออกเป็น  4 ประเภท ด้วยกันตามนี้ครับ

1.SPORT DRINK (ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่)

2.ENRICHED BEVERAGE (ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ และผลิตภัณฑ์น้ำเสริมวิตามิน)

3.ENERGY DRINKS (ผลิตภัณฑ์เสริมพลังงาน)

4. NUTRACEUTICALS   (ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารอาหารหรือเกลือแร่ เพื่อบำรุง และเสริมสร้างร่างกาย  ซึ่งครอบคลุมไปถึงในด้านความสวยความงามด้วย)

1.SPORT DRINK

ยังมีแยกตัวออกไปเป็น   HIGH CARBOHYDRATE ENERGY DRINK และ SPORTS SHAKE อีกด้วย

SPORT DRINK

GATORADE CARB ENERGY DRINK

-POWERADE

-VITAMIN WATER

-MIZONE

-ACCELERADE

-LUCOZADE

-STAMINADE

-PROPEL

ถัดจาก SPORT DRINK  ลงมา ก็จะเป็นพวกน้ำผลไม้ ที่อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต (HIGH CARBOHYDRATE ENERGY DRINK) ซึ่งควรดื่มก่อนและหลังออกกำลังกาย  (ส่วนในขณะออกกำลังกายไม่แนะนำนะครับ) เช่น

HIGH CARBOHYDRATE ENERGY DRINK

-BANANA SMOOTHIE

กล้วยมีวิตามินบี 1 และบี 2 ที่ช่วยในการเร่งเผาผลาญ น้ำตาลและไขมัน  (ปริมาณ 100 กรัม ให้คาร์โบไฮเดรต 23 กรัม)

-BERRY SMOOTHIE

เบอร์รี่  (BERRY) มีเส้นใย วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระสูง แถมยังมีแคลอรี่ต่ำ อีกทั้งยังช่วยในการลดน้ำหนัก , ช่วยในการขับถ่าย , ลดคอเลสเตอรอลและลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

น้ำมะพร้าว

สมาคมเคมีอเมริกันแห่งชาติ  ( ACS ) ได้ยกย่องน้ำมะพร้าวให้เป็นเครื่องดื่มธรรมชาติของนักกีฬา หลังจากที่ได้ทราบผลการวิเคราะห์ว่า น้ำมะพร้าวอุดมไปด้วยสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่น้ำมะพร้าวจะไม่เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังอย่างหนักหน่วงจนเสียเหงื่อไปมาก  เพราะ การเสียเหงื่อทำให้เสียโซเดียม ไปมากกว่าโพแทสเซียม  การดื่มน้ำมะพร้าวจึงไม่อาจจะทดแทนโซเดียมที่สูญเสียไปได้

น้ำผลไม้

– น้ำเชอร์รี่ ช่วยลดการติดเชื้อโรคหวัด , ต้านการติดเชื้อแบคทีเรียและช่วยลดการแพ้ต่างๆ รวมทั้งโรคภูมิแพ้

ส่วนกลุ่มน้ำผักก็จะมีอย่าง  เช่น

– KALE JUICE เป็นผักโบราณที่รู้จักกันมาทั่วโลกนับร้อยปีมาแล้ว  อยู่ในตระกูลเดียวกับ บร็อคคอลี่ , ดอกกะหล่ำ และ คะน้า มีสีเขียวเข้ม  ซึ่งได้รับการขนานนามว่า มีคุณค่าทางอาหารสูงที่สุดในโลก ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าผัก KALE มีสารต้านเซลล์มะเร็งทำให้ ผักชนิดนี้ ได้รับความสนใจ    และถูกกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางถึงคุณค่าทางโภชนาการของมัน

และสำหรับ SPORT DRINK ได้รวมไปถึงเครื่องดื่มโปรตีนธรรมชาติ  เน้นช่วยเพิ่มและฟื้นฟูมวลกล้ามเนื้อที่เรียกว่า SPORTS SHAKE เข้าไปด้วย  อย่างเช่น

-HYPER TARGETING HELPS SPOT SHAKE

-SPOT SHAKE CHOCOLATE

-SPORT SHAKE STRAWBERRY

-EGGNOG SPORT SHAKE

รวมทั้งยังมี เครื่องดื่มเกลือแร่ ที่ถูกปรุงแต่งจนมีรสชาติดีและน่าดื่ม   ซึ่งคุ้นตาพวกเรากันเป็นดีอธิเช่น ยี่ห้อ สปอนเซอร์ , เอ็มสปอร์ต , เกเตอเรตและยูนิฟไอเฟิร์ม รวมเข้ากลุ่มเป็น SPORT DRINK ด้วยเช่นกัน

โดยทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยทดแทนการสูญเสียน้ำได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีสาร , แร่ธาตุ , น้ำตาล และสารอื่นๆ   ซึ่งจะช่วยในการบำรุงระบบการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพต่อไป

2. ENRICHED BEVERAGE

สำหรับอาหารเสริมพลังงานในรูปเครื่องดื่มประเภทที่ 2 นี้จะเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งจะเน้นตรงไปที่คุณประโยชน์ จากน้ำผลไม้และน้ำเสริมวิตามินเสียเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งเท่าที่เห็นกันอยู่ในท้องตลาดก็จะมี

-ENRICHED SOY

-NATUR – A ENRICHED SOY BEVERAGE – VANILLA

-NATUR – A  ENRICHED SOY BEVERAGE – STRAWBERRY

-NATUR – A  ENRICHED SOY BEVERAGE – CHOCOLATE

-NATUR – A  ENRICHED SOY BEVERAGE – CAPPUCCINO

-RICE DREAM ORGANIC ENRICHED BEVERAGE

-RICE DREAM ORGANIC ENRICHED BEVERAGE  VANILLA

-RICE DREAM ORGANIC UNSWEETENED RICE ENRICHED BEVERAGE

-VITAMIE  ENRICHED BEVERAGE  THEANINE

3.ENERGY DRINKS (เครื่องดื่มชูกำลัง)

ส่วนเครื่องดื่มเสริมพลังงานประเภทที่ 3 นี้ เขานิยมดื่มกันในช่วงที่ต้องใช้พลังงานในการทำงานอย่างหนักหน่วงเป็นการเฉพาะ และเท่าที่เห็นขายกันดีก็เห็นจะมี

-RED BULL

ก่อกำเนิดในไทยโดยเฉลียว อยู่วิทยา  เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว และโด่งดังไปถึงยุโรปและอเมริกา  หลังจากร่วมมือกับนักธุรกิจออสเตรียดีทริช เมเทสซิทซ์  (DIETRICH MATESCHITZ) ภายใต้ชื่อว่า  “RED BULL”

-MONSTER

-ROCKSTAR

-LUCOZADE

ส่วน เครื่องดื่มชูกำลัง  (ENERGY DRINKS) หลักๆในบ้านเราที่เหลือก็จะมี

-ลิโพวิตันดี เป็นรายแรกที่เข้ามาบุกตลาดในราวปี พ.ศ. 2520

 

จากนั้น ไทยฟามาซูติคอล จำกัด ก็ได้เริ่มนำเอากระทิงแดง  (KRATINGDRENG)  เข้าสู่ท้องตลาด

ส่วนโอสถสภา  ก็ส่ง เอ็ม -150 ( M – 150) ตามมาติดๆ

ต่อด้วย คาราบาว  (CARABAO)  โดย  บริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด

ซึ่งส่วนใหญ่ในเครื่องดื่มชูกำลังจะมีส่วนผสมที่สำคัญคือ แซนทีน  , วิตามินบี และ สมุนไพร บางยี่ห้อก็ใส่ส่วนผสมเพิ่มเติม เช่น กัวรานา , แปะก๊วย  และ โสม ลงไปด้วย

บางยี่ห้อก็จะใส่น้ำตาลในปริมาณที่สูง บ้างก็ถูกออกแบบให้มีพลังงานต่ำ แต่ส่วนผสมหลักของเครื่องดื่มชูกำลังก็คือ คาเฟอีนอยู่ดีและเคยมีการการทดสอบสูตรของเครื่องดื่มชูกำลังนั้น พบว่า กลูโคส (GLUCOSE ,  เป็นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์) มักเป็นส่วนผสมพื้นฐานของเครื่องดื่มชูกำลังเสมอ

ล่าสุด ศาสตราจารย์  คีแรน  คลาร์ค  (PROFESSOR KIERAN CLARKE)   จาก มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ของอังกฤษ ผู้ที่ใช้เวลานานถึง 20 ปี กว่าจะประสบความสำเร็จในการคิดค้นเครื่องดื่มชูกำลังรุ่นใหม่ ที่ใช้ส่วนผสมของ ” คีโตน ”  (KETONE  , คือรูปแบบหนึ่งของ ” อาหารสมอง  “ที่สามารถเพิ่มพลังงานของนักกีฬาได้มากถึงร้อยละ 2 โดยเฉพาะนักกีฬาที่ต้องการความทรหดของร่างกาย ) โดยผู้ผลิตตั้งเป้าจะเริ่มนำออกวางขายในอเมริกาเป็นชาติแรกในเร็ววันนี้

ก็ว่ากันไปครับ   …….  แต่ถึงอย่างไรเราท่านคงต้องใช้วิจารณญาณวิเคราะห์ให้รอบคอบอยู่ดี เพราะปัจจุบันมีการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณกันอย่างเยอะ ! ว่ายี่ห้อตนใส่ส่วนผสมของสารเสริมพลังโดยเฉพาะ กัวรานา (GUARANA) ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จนทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ว่า การดื่มเครื่องดื่มชูกำลังในปริมาณค่อนข้างมากและต่อเนื่อง  อาจส่งผลกระทบต่อจิตประสาท  ซึ่งจะว่าไปแล้วก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับ

4.NUTRACEUTICALS

ประเภทสุดท้ายของเครื่องดื่มเสริมพลังงานนี้ จะเป็นผลิตภัณฑ์ซึ่งเน้นไปยังสารอาหารหรือเกลือแร่ ที่ช่วยในการบำรุงและเสริมสร้างร่างกาย ซึ่งจะครอบคลุมไปถึงความสวยงามและการ  ดีท็อกซ์  (DETOX )  ด้วย

NUTRACEUTICALS COLLAGEN POWER DRINK

-NUTRACEUTICALS COLLAGEN POWER DRINK

-NUTRACEUTICALS

-BLUE STAR NUTRACEUTICALS BCAA XD

-BLUE STAR NUTRACEUTICALS CREA – TECH

ท้ายนี้ก่อนจาก …. ยังอดอยากจะขอพูดถึงเครื่องดื่มที่แยกมาเรียกตัวเองว่า  “FUNCTIONAL DRINK”  เป็นการทิ้งท้ายกันอีกสักนิดไม่ได้เพราะ

FUNCTIONAL DRINK

เป็นเครื่องดื่มที่มีแนวโน้มว่าจะมาแรงในบ้านเรา ซึ่งเขาเน้นให้ BENEFIT ต่อสุขภาพ  แล้วบวกเอาความงามเข้าไปด้วย โดยผลิตออกมาเป็น น้ำผลไม้ พร้อมดื่มที่มีส่วนผสมของ แอล – คาร์นิทีน  [L – CARNITINE  ,  จะช่วยเร่งผลิตไมโทคอนเดรีย ทำให้ไขมันเปลี่ยนเป็นพลังงาน และสเปิร์มเคลื่อนตัวได้ดี ซึ่งเป็นผลดีต่อการเผาผลาญไขมัน  จึงเป็นที่นิยมของผู้รักการออกกำลังกาย] ,  นมพร้อมดื่มผสม  คอลลาเจน , เครื่องดื่มธัญพืช ช่วยให้สุขภาพผิวดีขึ้นและ เครื่องดื่มช่วยลดความอ้วน  สกัดจากชาหรือสารอาหารจากธรรมชาติ  รวมทั้งกลุ่มที่แตกตัวเองออกไปใช้ชื่อว่าเครื่องดื่มสปา ด้วย  ซึ่งมีทำกันออกมามากมายหลายสูตรเหลือเกินครับ

FUNCTIONAL DRINK

-HIGH VIT

-VUKA

-NEURO

-SAPPE – BEAUTI

-VIVA

-KOLE

-HEAT

-FIX

-FLAVRZ

-โคคา – โคลา ไลฟ์  เป็นน้ำอัดลมซึ่งไม่ใช้น้ำตาล แต่ใช้สารทดแทนความหวานที่สกัดมาจากพืชธรรมชาติอย่าง “ หญ้าหวาน” แทน จึงไม่เพียงแต่จะให้ความสดชื่น และ รสชาติอร่อย  แต่ที่สำคัญดียังต่อสุขภาพอีกด้วย

เครื่องดื่มสปา

-เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้ – เพิ่มพลัง นม มีส่วนผสมที่ลงตัวของกล้วยหอม อัลมอนด์  (ALMOND) บดและนมถั่วเหลือง

-เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้ – เพิ่มพลัง มะม่วง เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะเติมพลังหลังการออกกำลังกาย

-เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้ – เพิ่มพลัง สตรอเบอร์รี เพิ่มพลัง… ให้พลังงาน คาร์โบไฮเดรต มีไขมันต่ำ

-เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้ – เพิ่มพลัง สัปปะรด ช่วยฟื้นกำลังและเพิ่มพลังให้กับกล้ามเนื้อ

-เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้  –  เพิ่มพลัง มะม่วง เหมาะสำหรับการดื่มหลังจากการออกกำลังกาย   หรือหลังจากทำงานที่ใช้พละกำลังมากจนคุณหมดเรี่ยวแรง

-เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้ – เพิ่มพลัง แอปเปิ้ล มีสรรพคุณปรับและ ควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือด

 

และยังมีอีกมากมายหลายสูตร เอาเป็นว่างวดนี้ขอจบแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน (แอบหวังไว้ลึกๆว่าน่าจะเต็มอิ่มกับเนื้อหากันพอสมควร)  แล้วพบกันในธีมของ  MOM & KIDS อันเป็นเดือนแห่ง “ วันแม่ ”  ในงวดหน้า  …..   เจอกันนะครับ

วิฑูรย์ วงษ์สวัสดิ์

กรรมการผู้จัดการ โรงเรียนวิฑูรย์ค็อกเทลและไวน์

E-MAIL : witoon.wong @gmail.com

www.witooncocktailandwine.com

โดย: Foodstylist Channel

HEALTH & TREND (SPORT DRINK) ตอนที่ 2
ให้คะแนนบทความ