ทัวร์กินอาหารไทย ๔ ภาค ๓ ด. (อาหารเด็ด ของหวานดี วิวโดน)

ทัวร์กินอาหารไทย ๔ ภาค ๓ ด.

(อาหารเด็ด ของหวานดี วิวโดน)

เราคนไทยคุ้นเคยกับอาหารไทยรสชาติแซบๆ ครั้นจะให้ไปกินแฮมเบอร์เกอร์หรือพิซซ่าเป็นต้องกลับมาตายรังจานเด็ดรสจัดจ้านอยู่ดี เราอยากจะจัดพาทัวร์ร้านอาหารไทย 4 ภาค เลือกเอาเมนูของคาว ของว่างเด็ดๆ ของหวานดีๆ กับวิวโดนๆ มาให้เลือกสรร รับรองว่าอิ่มทั้งกายและใจ แถมได้ถ่ายรูปสวยๆ อัพลงโซเชียลได้อีกเพียบ!

ERR (เออ)

จากร้านอาหารไทยต้นตำรับที่ใส่ใจทุกขั้นตอนและทุกวัตถุดิบอย่าง โบลาน (Bo.Lan) โดยเชฟโบ-ดวงพรทรงศิวะ และสามี เชฟดีแลน โจนส์ มาเป็น “เออ” (ERR) อีกหนึ่งร้านที่หยิบเอาสตรีทฟู้ดมาเสิร์ฟบนร้านมันๆ เมื่อมาเยือนหน้าร้านประตูเหล็กสีเขียวฟ้ามีโต๊ะไม้วางหน้าร้านอย่างเก๋ ภายในมีภาพวาดบนกำแพงของเจ๊ที่กำลังทำกับข้าวแบบกวนๆ ของตกแต่งกระจุกกระจิกที่ชวนย้อนวัย และที่ชื่นชอบเป็นพิเศษคือโปรเจคเตอร์กำลังฉายอุลตราแมนสมัยเด็กๆ พร้อมกับเปิดเพลงสมัยลูกกรุง ไม่ว่าจะนั่งกินมุมไหนเชื่อเลยว่าต้องได้รูปสวยๆ กลับไปแน่นอน

อาหารสไตล์เบาๆ ที่ใครก็กินได้แนวสตรีทฟู้ดไทยแท้ที่เชฟคัดแล้วคัดอีกว่าวัตถุดิบดีจริงมาทำกินเป็นกับแกล้ม แต่ยังคงความเข้มข้นแบบไทยๆ ครบรสทั้งสี่ภาคเหนือล่องใต้ ทั้งเม็ดแตงโมอบใบมะกรูด (ตัวนี้แนะนำ กินเป็นกับแกล้มเคี้ยวเพลินหอมอร่อย) ตำถั่วปลาร้า หมูปิ้งหายเมา ผัดผักบุ้งไทยกะปิชั้นดี หรือแม้แต่แกงหมูฮ้องแบบใต้ จะกินกับข้าว หรือข้าวเหนียวก็อร่อยพุงกาง พูดเยอะแล้ว ไปดูกันว่าเมนูเหนือๆ จานไหนต้องมาโดน

แม้ร้านนี้จะเน้นเป็นกับแกล้มแต่ก็อร่อยสไตล์เหนือได้ด้วย “จิ้นหมูปิ้ง” 195 บาท เรียกง่ายๆ ว่าเป็นแหนมโฮมเมดเนื้อแน่น ทางร้านทำเองกับมือมั่นใจได้เลยว่าไม่ใส่สารเพิ่มความชมพูให้แหนมแน่นอน รสเปรี้ยวชัดเจน มีความมันแต่ตัดด้วยรสเผ็ดนิดๆ มาพร้อมกับผักเคียงอย่างถั่วลิสง กะหล่ำปลี ผักชี

“ไส้อั่วเชียงราย” 195 บาท อีกหนึ่งกับแกล้มกินง่าย และไม่เลี่ยนจนเกินไปนัก ไส้อั่วเครื่องสมุนไพรจัดเต็มไม่มีหวง กินไปคำนึกถึงไส้อั่วของทางเหนือเขาจริงๆ แน่นอนว่ามากับผักเคียงเช่นกัน ทั้งสองเมนูกินกับข้าวเหนียวได้ฟีลลิ่งสไตล์เหนือแต๊ๆ เลยเจ้า

เฟซบุ๊ก: ERR
ERR: 394/35 ถนนมหาราช ท่าเตียน พระนคร กรุงเทพฯ
เปิด: อังคาร-อาทิตย์ 11.00-22.00 น.

Lay Lao (เลลาว)

แค่ชื่อร้านอาจทำให้คนงงนี่ร้านอาหารฝรั่งหรือชาติไหนกัน จริงๆ แล้วนี่คือร้านอาหารทะเล+อาหารลาว โดยคุณพรฤดี ทวีสุข ที่นำพาความชอบอาหารอีสานแสนแซบรวมเข้ากับอาหารทะเลสุดจี๊ดได้อย่างลงตัว ภายในตกแต่งอย่างอบอุ่นให้ความรู้สึกสบายเหมือนนั่งกินอยู่ริมชายหาดเพราะโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่เราเห็นนั้นให้ฟีลลิ่งเดียวกับเฟอร์นิเจอร์ที่ชาวตลาดเก่าหัวหินใช้กันจริงๆ และสเปซแต่ละต้องถูกเว้นไว้อย่างพอเหมาะเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย แถมด้วยภาพกราฟฟิคบนกำแพงมีฝูงปลาว่ายดุกดิกชวนเพลิน

ขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารอีสาน+ทะเล จะไม่ให้แซบยังไงไหว สูตรอาหารตั้งแต่ปลาร้า มะขามเปียกยันเครื่องแกงต้มยำต่างๆ เป็นสูตรเฉพาะของครอบครัวคุณพรฤดีสั่งทำพิเศษเพื่อร้านนี้โดยเฉพาะมั่นใจได้เลยว่าทุกจานไม่มีผงชูรสแน่นอน และยังใช้มะละกอออแกนิกด้วยนะ ไม่มีแช่สารใดๆ ให้กรอบสด ถ่ายรูปนานแค่ไหนส้มตำไม่มีเซ็ง นอกจากนี้อาหารทะเลยังส่งตรงมาจากหัวหินชนิดที่ว่าเรือประมงเทียบท่าปุ๊บ ปลาหมึกไข่ก็ถูกจัดส่งตรงมากรุงเทพฯ ทันที

เปิดมาแซบสมกับเป็นอาหารอีสาน “ตำถาดเลลาว” 185 บาท ตำปลาร้าหมักเองรสนัว กลิ่นไม่แรงจนร้องยี้ ถูกใจคอปลาร้าแน่นอน คำแรกๆ กินไปสุดเพลินด้วยรสที่ไม่เผ็ดมากนัก แต่สักพักรู้เรื่องเลย แทบหาน้ำดื่มตามไม่ทัน ส่วนเครื่องจัดเต็มล้นถาดทั้งหมูยอ แหนมแน่นๆ ผักดอง แคบหมู ขนมจีน ไข่ต้มยางมะตูม จานนี้ดีงามเวอร์ นอกจากอาหารรสแซบยังมีอาหารทะเลสดๆ ส่งตรงจากหัวหิน อีกเมนูที่อยากแนะนำ “หมึกไข่เลลาว” หมึกไข่สดทอดกับซอสสูตรเฉพาะรสเค็มๆ หวานๆ บรรเทาความเผ็ดเลิศสุด

ดับร้อน ดับเผ็ดกันต่อด้วยของหวานรสละมุนเย็นจับใจ “ไอศกรีมกะทิกับกล้วยหอมทอด” ไอติมกะทิโฮมเมด ละมุนมาก หอมมาก ยิ่งกินกับกล้วยหอมทอดร้อนๆ ราดด้วยน้ำผึ้ง บอกได้เลยว่า ฟินมาก

เฟซบุ๊ก: Lay Lao
Lay Lao: 65-67 ระหว่างซอยอารีย์ 2-3 (ตรงข้ามตึกยสวดี) พญาไท กรุงเทพฯ
เปิด: จันทร์-อาทิตย์ 10.00-22.00 น.

The Never Ending Summer

อีกหนึ่งร้านอาหารไทยต้นตำรับที่ไม่ได้อร่อยแค่รสชาติ แต่ยังอร่อยด้วยตากับการตกแต่งร้านในโรงน้ำแข็งเก่าที่คูลเข้ากับยุคสมัยจริงๆ ด้วยโครงสร้างเปิดโล่งของอิฐกับไม้ให้อารมณ์ดิบๆ พร้อมครัวเปิดที่เราสามารถจับตามองการเหวี่ยงกระทะขึ้นตามจังหวะของการผัดได้ทุกวินาที

โดยมีเชฟยีสต์-นกุล กวินรัตน์ เชฟหนุ่มผู้ปรุงความอร่อยทั้งไตล์ไทย และสไตล์ฝรั่งที่ The Summer Project House ทั้งสองร้านตั้งอยู่ในโครงการ The Jam Factory พื้นที่ใหญ่อันร่มรื่นติดริมแม่น้ำ แน่นอนว่าไม่ได้เป็นแค่ที่ตั้งของร้านอาหาร ออฟฟิศ หรือคาเฟ่ Candide Book&Cafe แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์ทั้งทางด้านศิลปะและมาร์เกตชิคๆ ทุกสิ้นเดือน เรียกได้ว่านอกจากจะอิ่มท้องที่นี่แล้วยังมีกิจกรรมอีกเยอะในพื้นที่แห่งนี้ให้เราได้สัมผัส

หน้าร้อนเมืองไทยต้องหาของกินฤทธิ์เย็นมาคลายด้วย “ปลาแห้งแตงโม” 250 บาท แตงโมเย็นฉ่ำๆ กรุบด้วยน้ำตาลเกล็ดเล็ก น่าแปลกที่ผลไม้อย่างแตงโมเข้ากันได้กับปลาแห้ง หวานๆ เค็มๆ กินกันเพลิน

จากแตงโมปลาแห้งมาเป็น “น้ำพริกลงเรือ แนมปลาฟู” 280 บาท ชุดน้ำพริกที่เสิร์ฟมาในเรือไม้มีหมูหวานแซมมาช่วยลดทอนความเผ็ดอันน้อยนิดลงได้อีกหนึ่งระดับ ตัวน้ำพริกรสหวานนำ แต่กลมกล่อมด้วยความเค็ม เผ็ดตามมา แนมด้วยปลาฟูกับผักหลากชนิด ทั้งผักปลัง สายบัว กระเจี๊ยบ มะเขือ ถั่วฝักยาว

เฟซบุ๊ก: The Never Ending Summer
The Never Ending Summer: The jam factory คลองสาน
เปิด: จันทร์-อาทิตย์ 11.00-23.00 น.

Phuket Town

หากอยากเปลี่ยนบรรยากาศกินข้าวแกงรสจัดเผ็ดปากเบิร์นแบบคนใต้สไตล์สตรีทฟู้ดมาเป็นกินแบบชิลล์ในห้องแอร์เย็นฉ่ำกลางเมืองที่ทองหล่อต้องที่นี่เลย

คุณเกศ-เกศกร เกียรติกุล

เดิมนั้นร้านตั้งอยู่ในละแวกใกล้เคียง แต่เมื่อถึงจังหวะขยายตัวคุณเกศ-เกศกร เกียรติกุล ก็ขยับขยายมาอยู่ในบ้านเก่ารีโนเวทใหม่ในสไตล์ชิโนโปรตุกีสสีสันสดใสทั้งจากของตกแต่ง และภาพวาดเต็มกำแพง แต่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่แห่งนี้ ชวนให้ความรู้สึกว่ามานั่งกินข้าวที่บ้านเพื่อนจริงๆ

วัตถุดิบอย่างเครื่องแกงยังคงส่งตรงมาจากบ้านเกิดที่ภูเก็ตเช่นเดิม เป็นสูตรเฉพาะของครอบครัวคุณเกศ ที่บ้านกินอย่างไร ลูกค้าอย่างเราๆ ก็ได้กินอย่างนั้น ซึ่งรสไม่ได้เผ็ดมากจนเกินไปนัก และยังกลมกล่อมด้วยรสชาติอื่นๆ ที่เสริมเข้ามาอย่างลงตัว แถมยังมีมุมของฝากจากภูเก็ตอีกด้วย ทั้งน้ำพริก ขนม เลือกซื้อติดมือกลับบ้านได้

ลงมาภาคใต้กับเมนูน้ำๆ อย่าง “ขนมจีนน้ำยาปู” 350 บาท เครื่องแกงส่งตรงจากใต้สดใหม่ ทำออกมาเป็นแกงเนื้อปูกรรเชียงสดๆ ชิ้นโตๆ ยิ่งหอมกลิ่นปู มีความละมุนในความเผ็ด แต่ไม่มากจนกินแทบไม่รู้รส พร้อมผักแนม ยอดมะม่วงอ่อน ผักดอง สับปะรด ทั้งเสริมและตัดรสกันอร่อยปาก และเมนูที่อยากให้ไปลองคือผัดสะตอ หวานๆ เค็มๆ กับกุ้งตัวโตๆ กลมกล่อมอร่อยไม่เหมือนที่อื่นอย่างที่คุณเกศว่า และแกงไตปลา เค็มข้นคลั่ก เผ็ดจนต้องรีบหาผักกินแนม

และของหวานล้างปากตบท้าย “โอ๊ะเอ๋ว” 80 บาท ขนมหวานท้องถิ่นชาวภูเก็ตที่ปัจจุบันหากินได้ยากเต็มที ลักษณะคล้ายวุ้น ทำมาจากเมล็ดโอ้เอ๋วผสมเมือกกล้วยน้ำว้าผสมเจี่ยกอ นุ่มปาก กินแบบหวานเย็นน้ำแข็งไสใส่น้ำแดง วุ้นมะพร้าว ถั่วแดง แป๊ะก๊วย ชิ่นใจ๊ชื่นใจ

เฟซบุ๊ก: Phuket Town
Phuket Town: 126/2 สุขุมวิท ซอย 55 (ทองหล่อ ซอย 4) คลองเตยเหนือ กรุงเทพฯ
เปิด: จันทร์-อาทิตย์ 11.00-23.00 น.
ตามไปคุยกันบนโต๊ะอาหารเรื่องอาหารไท๊ยไทยกับเชฟชื่อดังต่อที่ คำถามบนโต๊ะอาหารไทย

รอบรู้แกงไทย 4 ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ปรุงแกงไทย ๔ ภาค และของหวาน กินคาว ไม่กินหวาน สันดานไพร่ กับของหวาน ๔ ภาค

—————————————

โดย: Foodstylist Channel

ทัวร์กินอาหารไทย ๔ ภาค ๓ ด. (อาหารเด็ด ของหวานดี วิวโดน)
ให้คะแนนบทความ