Dubai Design and Dream รสชาติ จานอาหาร ณ มหานครดูไบ

Dubai Design and Dream

รสชาติ จานอาหาร ณ มหานครดูไบ

บนเส้นทางที่ชื่อว่า Royalebrat หลายคนอาจไม่เคยรู้เรื่องนี้ ผมคือฟู้ดสไตลิสท์ที่เริ่มต้นเดินทางจาก “ความรัก” และ “ความฝัน” เมื่อย้อนเวลากลับไปเมื่อสองปีก่อน นับเป็นช่วงเวลาที่ผมมุ่งมั่นกับการทำอาหาร สร้างดีไซน์ และงานในแบบตัวเอง จากนั้นอัพโหลดลงในอินสตาแกรม แทบทุกวันงานของผมจะเข้าสู่โลกโซเชียล ทำให้คนได้ติดตาม ได้ชมผ่านโซเชียล และด้วยแฮชแท็ค #gastroart #theartofplating #chefofinstagram #cheftalk จากคนติดตามแค่เพียงหลักร้อยก็ค่อยๆ เพิ่มเป็นหลักพัน และปัจจุบันที่เข้าใกล้หลักแสน จากความฝันเล็กๆ ได้ก้าวสู่ความฝันทีใหญ่ขึ้น ผมได้มีโอกาสทำงานมากมายทั้งในและต่างประเทศ และก็ครั้งนี้ก็เป็นก้าวย่างที่แปลกใหม่และภาคภูมิใจ กับการบินไปทำงานถึงมหานครดูไบ

ก้าวย่างของความฝัน

ดูไบเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อถึงความหรูหรารุ้มรวยฟู่ฟ่า และประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ถือเป็นกลุ่มประเทศอาหรับประเทศแรกที่ผมเคยได้มาเยือน การเดินทางครั้งนี้ล้วนเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ความหวั่นใจ ผสมกับความกังวลในเรื่องต่างๆ มากมาย

ทริปนี้ผมได้เดินทางไปกับฟู้ดสไตลิสต์อีกหนึ่งคน ทีมเราได้พบกับความอลังการในทุกๆ มิติ ทั้งบ้านเมือง ตึกสูง ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ลานหิมะจำลองที่ใหญ่ที่สุด โดยการเดินทางตลอดทั้งทริปรวมถึงที่พัก ค่ากินอยู่ ทางร้าน Zahr El Laymoun ผู้ที่เชิญเรามาทำงานนั้นดูแลให้ทุกบาททุกสตางค์

ร้าน Zahr El Laymoun เป็นร้านอาหารสไตล์เลบานิส โจทย์ของเราคือ การเปลี่ยนหน้าตาอาหาร และการนำเสนอ จัดวาง เพื่อเข้ากับบรรยากาศใหม่ที่ทางร้านกำลังปรับเปลี่ยน โดยเราได้สั่งให้ทางร้านเตรียมดอกไม้ เครส สำหรับการตกแต่งจาน ซึ่งนั่นก็สร้างความประหลาดใจให้ทางร้านไม่น้อยเลย

 

การยอมรับในความเปลี่ยนแปลง

การทำงานของเราในวันแรก ผมอาศัยวิธีการดัดแปลงจากแบบดั้งเดิม เช่นการเปลี่ยนภาชนะ เปลี่ยนการวาง การหั่นวัตถุดิบ เพิ่มวัตถุดิบ และเติมดอกไม้ หรือเครส ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์หนึ่งที่คนจดจำในงานของผมเลยก็ว่าได้ และสไตล์งานแบบนี้ทางเอเจนซี่ที่ประสานงานทางผมและทางดูไบก็ชื่นชอบ แต่ความเป็นจริงของวันนั้นก็คือ ทางร้านกลับไม่ค่อยเห็นด้วยนักกับการใช้ดอกไม้ เพราะเป็นเรื่องของต้นทุน และขนบเดิมของทางร้าน เมื่อเวลาผ่านไป เริ่มมีความผิดปกติในบรรยากาศการทำงาน จากการปรึกษาพูดคุยกัน ผมรู้สึกได้ว่าทางร้านอาจไม่ชอบใจนัก จึงได้บอกไปว่า

“งานของผมคือการทำให้อาหารสวยงาม และการทำงานในครัวสามารถทำได้โดยไม่เสียเวลามากนัก”

แม้ในใจจะรู้สึกว่าอุตส่าห์จ้างเรามาทำงานข้ามน้ำข้ามทะเลแล้ว ก็น่าจะไว้ใจให้เราทำงานดูเสียก่อน แต่กระนั้นผมก็เริ่มเบามือกับการใช้ดอกไม้ แล้วใช้วิธีจัดวางให้แปลกใหม่น่าดึงดูด เวลาผ่านไป เมนูแล้วเมนูเล่า จู่ๆ เจ้าของร้านก็เดินมาแล้วหยิบดอกไม้แต่งลงจานเสียเองเลย (สงสัยจะได้รับอิทธิพลจากงานผม ฮา) หลังจากนั้นทุกอย่างก็คลี่คลายไปด้วยดี โดยการทำงานตลอดสี่วันก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยการแบ่งหน้าที่คือ ผมดูแลหน้าตาอาหาร จัดจาน และพรีเซนเทชั่น ส่วนฟู้ดสไตลิสท์อีกคนก็ดูเรื่องพร๊อพตกแต่งสำหรับการถ่ายภาพ งานทั้งหมดค่อยข้างเป็นที่น่าพอใจ

ดูไบไลฟ์สไตล์

การเดินทางครั้งนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า ผมชื่นชอบดูไบในหลายๆ มิติ เพราะนับเป็นสวรรค์สำหรับคนรักการดีไซน์อาหารอย่างผม เพราะมีความสมบูรณ์ของอาหารการกิน ในซูเปอร์มาเก็ตก็มีของแปลกตาแปลกรสจากทุกมุมโลก ดอกไม้กินได้ก็มีให้เลือกมากมาย โดยร้านแต่ละระดับก็จะแยกย่อยระดับของสินค้าอาหารไว้อีกมากมาย อย่างห้างฯ ใหญ่นั้นมีการแบ่งผักผลไม้ออกตามแหล่งผลิตไว้เลย แต่ข้อเสียที่ชัดเจนสำหรับคนไทย หรือคนธรรมดาอย่างเรา ที่ไม่คุ้นกับชีวิตหรูหราก็คือ ข้าวของที่นี่ค่อนข้างราคาสูงทีเดียว

การเดินทางครั้งนี้นับเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก และอาจไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นบ่อยนักในชีวิตผมคิดแบบนั้น แต่แล้วงานจากต่างประเทศก็ติดต่อเข้ามาอีก เอาไว้คราวหน้าผมจะเล่าให้ฟังว่าสนุกขนาดไหน

 

สุดท้าย เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า หากคุณตัดสินใจเลือกฟู้ดสไตลิสท์สักคน ควรไว้ใจเขาเถิด มีดอกไม้ก็ใส่ไปเถอะครับ เพิ่มมูลค่า แถมสวยให้อาหารของคุณสวยงามเพิ่มขึ้นอีกมากมายนัก

————————————-
Words & Styling: nick (IG: royalebrat)
photos : Zahr El Laymoun

Nick Pitt (royalebrat)

โดย: Nick Pitt (royalebrat)

วิพิทธิจักษ์ พิทยานนท์ (นิค) : Food Planting Artist
Dubai Design and Dream รสชาติ จานอาหาร ณ มหานครดูไบ
ให้คะแนนบทความ