สัมภาษณ์พิเศษหนุ่มคนเเรกของโปรเจ็ค CoolGuyCanCook By Zwilling J.A. Henckels เชฟปิง สุรกิจ เข็มแก้ว

บทสัมภาษณ์พิเศษ เชฟปิง สุรกิจ เข็มแก้ว หรือ “เชฟกระทะหล่อ” จากร้าน Cielo sky bar and restaurant ร้านอาหารสุดหรูวิวดีใจกลางกรุง

  • สำหรับแคมเปญ Cool Guys Can Cook by  Zwilling J.A. Henckels เชฟปิงเลือกทำเมนูอะไรให้เราชิมกัน

เชฟปิง  :  ปลากะพงย่างซอสมะเขือเทศอบครับ  

  • ทำไมเชฟปิงถึงเลือกทำเมนูนี้

เชฟปิง  :  เพราะเมนูนี้มันได้รสชาติของธรรมชาติเต็มๆ อย่างตัวปลากะพงก็แค่เอาไปย่างให้สุกโดยไม่ต้องผ่านการปรุงรสอะไรมาก ย่างแค่หนังกรอบ เกลือพริกไทยนิดหน่อยแค่นี้ ส่วนตัวซอสก็เอามะเขือเทศไปอบจนมันมีความหวานมากๆ นำมาปั่นกับ olive oil แล้วก็ถั่วให้มันมีความมันจากทั้ง2อย่าง มันจะได้ทั้งความหอมและดีต่อสุขภาพ เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงอย่าง มะเขือเทศอบ และแตงกวาที่ช่วยเพิ่มความfresh มากยิ่งขึ้น สุดท้ายขูดผิวเลมอนเข้าไปในจานนี้ให้มันมีกลิ่นหอมๆ สำหรับจานนี้ผมว่ามันช่วย  refreshทุกอย่าง แต่ยังคงรสชาติของวัตถุดิบอยู่ 

  • กว่าจะได้อาหารที่น่าตาน่ารับประทานแบบนี้ เชื่อว่าเชฟปิงต้องผ่านการฝึกฝนมาเยอะมาก อยากให้เล่าให้ฟังหน่อยว่าจุดเริ่มต้นของการเป็นเชฟเริ่มมาจากไหน ทำไมถึงอยากเป็นเชฟ 

 เชฟปิง  :  ถ้าจะให้ตอบแบบไม่สวยหรู อาชีพเชฟเป็นวิชาชีพที่ติดตัว และ 1 ใน 4 ของสิ่งที่จำเป็นคืออาหาร และผมเชื่อว่ามันน่าจะหากินได้ แล้วที่บ้านก็สนับสนุนเลยเลือกเรียนดู และจากวันนั้นจนถึงวันนี้ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะทำแล้วมันได้ดี 

  • “ทำแล้วมันได้ดี” คืออะไร อยากให้เชฟช่วยอธิบายคำจำกัดความนี้ให้หน่อย 

 เชฟปิง  :  ผมเชื่อว่าทุกคนที่เวลาทำอะไรแล้วมันได้ดี มันจะทำต่อไปเรื่อยๆ เหมือนขายของแล้วได้ตังค์ มันก็อยากจะทำต่อไปเรื่อยๆ อาชีพนี้ก็เหมือนกัน พอทำแล้วมันมีแต่สิ่งดีๆเข้ามา มันก็อยากทำต่อไป อย่างตอนปี 1 ผมก็เรียนเหมือนคนทั่วไป ไม่ได้เก่งไปกว่าใคร จนมาแข่งขันทำอาหาร ตอนปี 2 – 4 กวาดเหรียญและถ้วยมาเยอะมาก เหรียญ 30-40 เหรียญ ถ้วยหลายสิบใบ ฝากไว้ให้วิทยาลัย และเราเองก็รู้จักคนเยอะ พอเราทำเยอะๆคนเห็น งานก็เข้ามา โอกาสก็เข้ามา จึงเป็นที่มาของทำแล้วได้ดี เรียกได้ว่าทำเยอะจนคนเห็น ใครจะว่าเป็นเด็กธรรมดาคนนึง ไปแข่งอยู่นั่นแหละ แข่งมันทุกสนามเลย ตั้งแต่เป็น junior จน turn pro ปี3 แข่งจนชนะ professional ตอนปี3เทอม2 แข่งชนะเชฟทั่วประเทศ ซึ่งผมเป็นทีมเด็ก จับคู่วิทยาลัยดุสิตธานีกับสวนดุสิตคู่กัน แล้วได้เหรียญทองเพียงทีมเดียว ในอายุเพียง23 

  •  ก่อนที่เชฟตัดสินใจเข้าศึกษาด้านอาหารโดยตรง เดิมเชฟชอบทำอาหารกับที่บ้านอยู่แล้วหรือเปล่า  

 เชฟปิง  :  คือ ผมเป็นคนนึงที่ช่วยทำอาหารที่บ้านน้อย อย่างมากเข้าไปหั่นซัก 5นาที ให้ผู้ใหญ่เขาเห็นว่าหั่นแล้วก็หนีออกมาและรอกิน หั่นตามสั่งเท่านั้น ไม่ได้เป็นพวกที่ช่วยแม่ตั้งแต่เด็ก แต่มันเกิดจากการเรียนรู้ของตัวเองมากกว่า อย่างที่บอกพอมันทำได้ดี แล้วเรารู้สึกสนุกกับการทำอาหารและการกิน ก็เกิดชอบไปเอง และโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบกินอยู๋แล้วด้วย ที่ไหนว่าดีก็จะไปตามชิมมาหมด  

  • นอกจากที่เชฟจะศึกษาและค้นคว้าด้านอาหารด้วยตัวเอง เชฟปิงมีใครเป็นแรงบันดาลใจหรือเป็นต้นแบบให้นดวงใจไหม ภาษาวัยรุ่นคือมีใครเป็นไอดอลไหม  

 เชฟปิง  :   มีครับ ถ้าเมื่อก่อนไอดอลที่ผมชื่นชอบยกให้ 2 คนนี้เลย คือ เชฟประชันและเชฟชุมพล ทางด้านเชฟประชันสนิทกันมา 8-9ปี แล้ว และเค้าได้ชื่อว่า executive chef ที่มีอายุน้อยที่สุดในตอนนั้น คืออายุ 28 เราอยากทำได้อย่างเขาบ้าง จนสุดท้ายเราได้เป็น executive chef  ตอนอายุ 25 ปี ซึงเร็วกว่า 3 ปี คือนอกจากจะมีไอดอลที่เป็นแบบอย่างแล้ว ผมก็มีมีคติอย่างนึงว่า ทำทำทำ ทำจนกว่าคนอื่นจะเห็นแล้วอะไรที่เรารู้สึกว่าทำแล้วได้ดีก็ทำมันไป 

  • ปัจจุบันเชฟปิงก็เป็น management  อยู่ที่ Cielo sky bar and restaurant ทำไมถึงได้มีโอกาสมาทำที่นี่ 

เชฟปิง  :  อย่างที่บอกว่าทำแล้วมันได้ดี มีผู้ใหญ่เห็น นั่นก็คือ เชฟชุมพล ที่เป็นคนให้โอกาสได้มาทำงานที่นี่ และที่นี่ก็ถือเป็นที่แรกที่ผมได้เป็น executive chef หลังจากกลับจากอเมริกา ซึ่งตอนนั้นช่วงปี4ว่างอยู่6เดือน เลยไปทำงานที่อเมริกาอยู่ปีนึงในโรงแรมMarriott New Orleanss พอกลับมาได้8เดือนก็ว่าง เลยขายข้าวกล่องของตัวเอง หลังจากนั้นก็เจอกับเชฟชุมพล เขาก็เลยชวนทำงานที่นี่ ตอนเข้าไปก็ได้เป็น executive chef  แต่ปัจจุบันจนเปลี่ยนจาก executive chef เป็น management แล้ว 

  •  เชฟปิงได้มีโอกาสมาเป็น 1 ใน Cool Guys Can Cook ของ Zwilling J.A. Henckels ทั้งที อยากจะถามว่าปกติใช้ผลิตภัณฑ์ของ Zwilling J.A. Henckels บ้างไหม  

 เชฟปิง  :  ปกติใช้บ่อย ตอนทำอาหารที่ห้อง จะชอบใช้หม้อทรงสูงที่มีไส้ข้างในเหมือนเอาไว้ลวก ชอบมาก สะดวกดี ไส้ในไว้ลวกผักโดยไม่ใช้อุปกรณ์ตัวอื่นเลย ทั้งมีด กระทะ เขียง ใช้หมด จริงๆรู้จักตั้งแต่ ปี1แล้ว เพราะทุกคนที่เรียนต้องใช้มีดของ Zwilling J.A. Henckels ไม่มีใครไม่รู้จัก เด็กทุกคนในดุสิตธานีต้องใช้ โดยเฉพาะตอนปี 4 ได้ทำงานกับ Zwilling J.A. Henckels บ้าง เลยได้อุปกรณ์มาใช้พอสมควร  

  •  สุดท้ายเป้าหมายในอนาคตต่อไปอยากทำอะไร มีโอกาสที่จะเปิดร้านเป็นของตัวเองไหม  

 เชฟปิง  :   ผมมองอนาคตเป็นสเต็ป สเต็ปแรกคือหนึ่งปี สเต็ปที่สองคือ5ปี สเต็ปที่3คือ 10-20ปี ผมจะมีเป้าหมายทุกปีว่าในหนึ่งปีจะทำอะไรบ้างและเขียนใส่กระดาษแบบนั้นทุกปี ส่วนภาพใหญ่ 5 ปี หรือ 10 ปี ก็มีอยู่ในหัวแน่นอน ซึ่งกรอบใหญ่ผมเชื่อว่าเชฟทุกคนอยากมี นั่นคือมิชลินสตาร์ เป็นเจ้าของร้านที่ทุกคนรู้จัก แต่ภาพที่เล็กลงมาคืออยากทำร้านที่ support ผม ที่ไม่ใช่ว่าผมต้อง support ร้าน หมายความว่า ร้านที่เราทำตามความฝันคือร้านที่เราอยากทำมันจริงๆ โดยที่มันต้องหล่อเลี้ยงเราได้ ไม่ใช่เราไปหล่อเลี้ยงมัน ซึ่งผมเห็นจากคนรอบข้างมาเยอะกับการทำร้านที่เป็นความฝัน แต่เราต้องหล่อเลี้ยงมัน สุดท้ายก็ต้องปิดตัว กลับกันทำไมเราไม่ทำร้านที่มาหล่อเลี้ยงความฝันของเราได้ ความฝันของผมคือ fine dining แน่นอน เพราะผมอยากทำอาหารสวยๆ อยากใส่ดีเทลเยอะๆ แต่แน่นอนว่า ไม่เกินปีผมหมดตัวแน่นอน แล้วทำไมต้องดับฝันตัวเองตั้งแต่แรก ทั้งๆที่รู้ว่าร้านเราไปไม่ได้ และคนไทยไม่ได้อินกับ fine dinning ขนาดนั้น กลับกัน ถ้าเราจับmassก่อน และรอเวลาให้คนไทยเข้าถึง fine dinning จริงๆ เมื่อถึงตอนนั้นเราจะสามารถสร้างความฝันของเราได้อย่างมีความสุขจริงๆ และสนุกได้กับมันเต็มที่  

ติดตามเมนูอื่นๆ จาก 15 หนุ่มฮอตได้ที่เพจ ZWILLING J.A. Henckels Thailand
และบทสัมภาษณ์พิเศษของ 15 หนุ่มได้ที่ www.foodstylistchannel.com

#CoolGuysCanCook
#PassionForTheBest

 

โดย: foodstylist channel

สัมภาษณ์พิเศษหนุ่มคนเเรกของโปรเจ็ค CoolGuyCanCook By Zwilling J.A. Henckels เชฟปิง สุรกิจ เข็มแก้ว
ให้คะแนนบทความ