ระหว่างนายแบบและเชฟจะไปด้วยกันได้ไหม? มารู้จักตัวตนอีกด้านกับจากรายการ The Face Men Thailand ที่ทำให้คุณต้องหลงรัก

ผ่านพ้นไปแล้วกับรายการ The Face Men Thailand และตำแหน่ง The Face Men คนแรกของโลกก็ตกเป็นของหนุ่ม ฟิลลิปส์ ทินโรจน์ หนุ่มทะเล้นขี้เล่นจากทีมคุณแม่ลูกเกด ทาง Foodstylist ต้องขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ และถึงแม้ว่ารายการจะจบลงไปแล้ว แต่กระแสตอบรับจากแฟนคลับก็ไม่ได้ซ่าลงเลย เพราะทั้งเสน่ห์,ความน่ารัก และคาแรคเตอร์เฉพาะตัวของหนุ่มๆทั้ง 18 คน ถ้าใครได้มาสัมผัสและรู้จักตัวตนจริงๆของพวกเขา เชื่อว่าจะต้องหลงเสน่ห์และกลายมาเป็นแฟนคลับแบบไม่ทันตั้งตัวอย่างแน่นอน

ซึ่งวันนี้ทาง foodstylist ก็ขอพาทุกคนมารู้จักตัวตนอีกด้านของหนุ่มหล่อกระชากใจ 1 ใน 18 คน ที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่น และเป็นหนุ่มที่ทำให้รายการเป็นกระแสหนักมากช่วงก่อนปิดซีซั่น  นั่นก็คือ กันน์ สรวิศ แสงวณิช หรือ กันน์ #Teampeach นั่นเอง หลายคนอาจจะเพิ่งรู้จักกันน์จากรายการ The Face Men Thailand แต่ถ้าใครได้ติดตามกันน์จะรู้ว่าแท้จริงแล้วหนุ่มคนนี้ถือเป็นแฟชั่นไอคอนระดับแถวหน้าของเมืองไทยที่มีผลงานด้านแฟชั่นโด่งดังในต่างประเทศ ซึ่งนอกจากใจรักในด้านแฟชั่นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ถือเป็นความชื่นชอบตั้งแต่วัยเด็กของกันน์นั่นก็คือการทำอาหาร และด้วยความมุ่งมั่นทำให้กันน์ประสบความสำเร็จจนได้เข้าไปเป็นเชฟในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ เส้นทางการทำอาหารของกันน์เริ่มมาจากไหนอะไรและอะไรคือแรงบันดาลใจให้อยากเป็นเชฟเราไปติดตามกันเลยค่ะ

  • กระแสตอบรับจากรายการ The face men thailand เป็นยังไงบ้าง

กันน์ : คิดว่ากระแสตอบรับจากรายการนี้ดีมากเลยทีเดียวครับ ก็มีทั้งแฟนคลับ และงานเข้ามาเรื่อยๆเลย แต่หลังจากนี้ผมจะต้องบินกลับไปที่เกาหลีเพื่อไปทำงานด้านแฟชั่นต่อ

  • ตอนนี้คนทั่วไปรู้จักกันน์ในฐานะนายแบบที่แจ้งเกิดจากรายการ The face men และเป็นแฟนชั่นไอคอนระดับแถวหน้าของประเทศ แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่านอกจากจะเป็นนายแบบแล้ว กันน์ยังเคยเป็นเชฟมาก่อนด้วย เส้นทางการเป็นเชฟของกันน์เริ่มตั้งแต่ตอนไหน

กันน์ : สำหรับอาชีพเชฟ ผมได้เริ่มทำตั้งแต่อายุ 15 ซึ่งตอนนั้นผมได้ไปเรียนไฮสคูลที่นิวยอร์ก แล้วพี่ชายก็เป็นเชฟขนมอยู่แล้วด้วย คือตัวผมชอบทำอาหารตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว ผมก็เลยบอกพี่ผมว่าขอลองไปทำ ตอนแรกเหมือนเชฟจะไม่ให้เพราะคิดว่าผมเด็กไป ผมก็เลยบอกเขาว่าจะขอทำ ตอนนั้นก็เลยหาร้านทำเองเลย แล้วก็บอกว่าผมฝึกงานฟรี เพราะอยากรู้ด้วยว่ามันเป็นยังไงแล้วผมชอบการทำอาหารจริงๆไหม

  • กันน์เริ่มรู้ว่าตัวเองหลงรักการทำอาหารตั้งแต่ตอนไหน

กันน์ : ความรู้สึกที่เริ่มรู้ว่าตัวเองชอบ คือเมื่อผมได้ลงมือทำอาหารเอง ผมรู้สึกถึงความตื่นเต้น และรู้สึกได้ว่ามันมีอะไรบางอย่าง คือตอนเตรียมมันยังไม่สนุกเท่ากับตอนทำจริงๆอ่ะครับ อย่างตอนทำในร้านอาหาร ตอนเตรียมมันก็คือเตรียมไปเรื่อยๆไม่ได้รีบมาก แต่พอเมื่อร้านเปิดแล้วเราได้ทำจริงๆมันจะรู้สึกตื่นเต้น เหมือนเลือดสูบฉีด และรู้สึกมีแรงกดดันตลอดเวลา แล้วผมชอบความรู้สึกตรงนั้นที่รู้สึกว่ากดดัน มันตื่นเต้นดี ถ้าถามว่ารู้ตัวตั้งแต่ตอนไหนว่าชอบ ก็คือตอนเด็กๆเลย แล้วอีกอย่างคือเมื่อตอนเด็กๆผมเคยอ้วนด้วย เพราะผมชอบกินอ่ะครับ คือทั้งชอบกินแล้วก็ชอบทำอาหารกินเองด้วย ผมก็เลยหลงรักในการทำอาหารอยู่แล้ว มันก็เหมือนกับเราชอบทำเองตั้งแต่เด็ก พอมันได้ทำให้คนอื่นกินแล้วคนอื่นมีความสุขจากการกินอาหารของเรา มันก็เลยทำให้ผมรู้สึกว่าหลงรักในการทำอาหาร

  • คิดว่าเสน่ห์ของอาหารอยู่ที่ไหน

กันน์ : ผมคิดว่าอาหารคือสิ่งที่สร้างความสุขให้คน มันเป็นเหมือนศิลปะชนิดหนึ่งที่เอาอะไรมารวมกัน แล้วออกมาเป็นอย่างนึง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือขนม มันเป็นเหมือนเอาส่วนผสมที่มันเป็นอย่างนี้มาก่อน ที่เอามาปรุงแต่งให้เป็นอีกอย่าง แล้วให้กินและสามารถสร้างความสุขให้กับคนได้ ผมคิดว่ามันเป็นศิลปะที่กินได้

  • คิดว่าเสน่ห์ของอาหารและเสน่ห์ในตัวกันน์ส่วนไหนที่คล้ายกัน

กันน์ : ส่วนตัวคิดว่าตัวเองเป็นคนขี้เล่น อาหารของผมมันก็ออกมาเป็นแนวนั้น ผมไม่ได้ยึดติดว่าขั้นตอนการทำมันต้องเป็นแบบคลาสสิค คือผมจะมีลูกเล่นกับอาหารของผมตลอดเวลา

  • ทำไมถึงได้มีโอกาสเข้าไปทำงานในร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์

กันน์ : คือผมเริ่มต้นจากตรงนั้นอ่ะครับ ร้านแรกที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปทำก็เป็นร้าน 1 ดาวมิชลิน ที่อยู่ในนิวยอร์ก ผมก็ได้ขอเข้าไปฝึกงานแล้วก็ทำงานฟรี 5-6 เดือน คือระหว่างเรียนอยู่ที่นั้นผมก็ไปทำงานทุกวัน ผมเรียนตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง บ่ายโมง แล้วมาทำงาน 2 โมง ถึงตี 2 คือจุดเริ่มต้นก็คือได้มีโอกาสทำที่ร้านมิชลินเลย

  • การได้เข้าไปทำการได้เข้าไปทำงานในร้านระดับมิชลินว่ายากแล้วแต่การอยู่ให้ได้เรียกว่ายากกว่า อะไรที่ทำให้กันน์ผ่านความกดดันตรงนั้นมาได้

กันน์ : ผมคิดว่าผ่านตรงจุดนั้นมาได้เพราะว่ามันคือความสุขอ่ะครับ มันคือความสุขที่ได้ทำ มันรู้สึกว่าทำแล้วมันไม่ได้ท้ออ่ะครับ ก็คือจะสู้ต่อไปเพื่อพิสูจน์ให้เชฟเห็น และอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยว่าเราทำได้หรือเปล่า

  • ถ้าเกิดเจอเหตุการณ์ถูกเชฟดุใส่หรือเหวี่ยงใส่กันน์มีวิธีการรับมือกับอารมณ์ตรงนั้นยังไง

กันน์ : ผมรู้สึกว่าโดนเขาดุดีกว่าเขาไม่พูดอะไรเลย เพราะรู้สึกว่าถ้าเขาดุมาเราสามารถเอาคำดุด่าตรงนั้นไปปรับปรุงตัวเองได้ แต่ถ้าเขาไม่พูดอะไรเลยผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดีอ่ะครับ คือเอาจุดนั้นมาพัฒนาแล้วทำให้เขาเห็นว่าเราทำได้

  • คิดว่าเส้นทางการเป็นเชฟของกันน์ถึงจุดสูงสุดหรือยัง หรือมีอย่างอื่นที่อยากทำอีก

กันน์ : สำหรับตรงนี้ผมคิดว่าผมก็ทำมาเยอะแล้วอ่ะครับ แล้วผมก็ได้เปิดร้านตัวเองไปแล้ว ถ้าถามว่าประสบความสำเร็จในด้านที่ได้ไปทำในร้านมิชลินสตาร์ผมก็คิดว่าตัวเองทำถึงจุดที่คิดว่าคือที่สุดของผมแล้ว คือได้ทำทั้งที่นิวยอร์ก สเปน แคลิฟอร์เนีย ฝรั่งเศสอะไรพวกนี้อ่ะครับ คือตรงเนี้ยผมก็ได้ทำมาหมดแล้วในสิ่งที่ผมอยากทำ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากทำร้านอาหารของตัวเองอีก โดยที่ผมไม่ได้สนใจว่า จะต้องได้มิชลินอะไรเลย ผมแค่อยากทำอาหารที่อร่อยแล้วคนกินมีความสุขแค่นั้น เพราะนั่นผมคิดว่ามันประสบความสำเร็จแล้วสำหรับคนทำอาหารอ่ะครับ ขอแค่คนกินมีความสุขและก็ชอบอาหารของเรา

  • สำหรับเส้นทางการเป็นเชฟของกันน์กำลังไปได้สวย ทำไมถึงเลือกเปลี่ยนแนวมาเดินทางสายแฟชั่น

กันน์ : คือผมชอบควบคู่กันอยู่แล้วอ่ะครับ ทั้งแฟชั่นแล้วก็อาหาร ตอนที่ผมทำงานในครัวผมก็แต่งตัว แล้วพอได้มีประสบการณ์ทำอะไรทางด้านนี้ ผมก็อยากจะต่อยอดทั้ง 2 อย่างให้ควบคู่ไปด้วยกัน  เพื่อแบบผมจะได้ทำอะไรที่มันเหมือนไม่มีใครทำอ่ะครับ เอาแฟชั่นมารวมกับอาหาร ผมก็อยากจะต่อยอดจุดนี้

  • คิดว่าอาชีพเชฟและนายแบบสามารถไปด้วยกันได้ไหม

กันน์ : สำหรับมุมมองผม ผมคิดว่ามันก็ไม่ได้ไปด้วยกันได้ขนาดนั้นหรอก ผมก็หาทางที่จะให้มันลงตัวก็คือ หลังจากนี้ถ้าผมจะเปิดร้านอาหารหรือว่าอะไร ผมอาจจะไม่ได้เป็นเชฟเอง แต่อาจจะเป็นคนคิดเมนู สร้างเมนูมากกว่า

  • กันน์ถือเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กล้าจะมีฝันและทำความฝันให้ประสบความสำเร็จ ช่วยเป็นกำลังใจให้กับคนมีฝันแบบกันน์แต่ไม่กล้าที่จะทำความฝัน หรือบางครั้งทำแต่ก็ท้อไปก่อน

กันน์ : คือผมคิดว่าถ้าเราค้นหาตัวเองเจอว่าเราชอบหรืออยากทำอะไร ผมคิดว่าถ้าได้ลองแล้วเราชอบมันจริงๆ เราก็จะสู้เพื่อมันไม่ใช่ท้อ แต่ว่าผมก็คิดว่าไม่ควรจะทำอะไรแบบผมเพราะว่าผมไม่เรียน ผมไปตั้งใจทำงานแทน แต่ว่ามันก็เป็นช่องทางหนึ่งถ้าเรารักในสิ่งนั้นจริงๆแล้วเราอดทนแล้วสู้กับมันได้ แล้วเราคว้าโอกาสที่มีในตอนนั้น ไม่ใช่ทำไปแค่ว่าไม่เรียนไม่อยากทำอันนี้ แล้วมาทำอันนี้แทน อย่างนั้นมันไม่ถูกต้อง แต่ถ้าเรารักแล้วลงมือทำจริงๆผมคิดว่ามันจะดีกว่า

  • ถ้ามีโอกาสได้ทำอาหารให้คนสำคัญสักคนกันน์อยากทำเมนูอะไรให้เขา เพราะอะไรถึงเลือกเมนูนี้

กันน์ : คืออย่างเมนูที่ผมทำเนี่นมันเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ มันไม่มีเมนูหลักที่ผมทำเป็นประจำ ถ้าจะทำอาหารให้ใครสักคนกินผมจะมาคิดก่อนว่าคนกลุ่มเนี่ยเขาชอบกินอะไร แล้วผมก็อยากจะถามคนกินมากกว่าว่าอยากกินอะไร มากกว่าที่จะทำไปเลยแล้วเขาไม่ชอบ เพราะผมรู้สึกว่าการทำอาหารมันทำให้ทุกคนอร่อยไม่ได้ ทุกคนมีลิ้นที่ต่างกัน ก็เลยถ้าผมอยากทำอาหารให้ใครสักคนนึง ถ้าเป็นคนพิเศษหรือคนสำคัญของผมเนี่ย ผมอยากจะถามเขามากกว่าว่าอยากกินอะไร

  • แฟนคลับจะได้มีโอกาสชิมฝีมือกันน์บ้างไหม

กันน์ : ผมก็หวังว่าเร็วนี้อ่ะครับ ถ้าผมมีโอกาสได้เปิดร้านแล้วเกิดทุกอย่างลงตัว ก็จะเปิดร้านอาหารอีกครั้งนึง ถามว่าแพลนเร็วๆนี้ไหมก็ยังบอกไม่ได้เพราะร้านที่ผมจะทำขึ้นเนี่ยผมอยากสร้างมันด้วยตัวของผมเอง ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในช่วงทำงานเก็บเงินครับ

  • อีกไม่กี่วันกันน์ก็จะต้องเดินทางกลับเกาหลีแล้วใช่ไหม

กันน์ : ครับ ไปทำงานนายแบบต่อเพราะมีสัญญากับที่นั่นด้วย ก็คิดว่าจะทำตรงนั้นให้เต็มที่ที่สุดก่อน แล้วก็จะดูว่าหลังจากนี้จะทำอะไรได้ต่อบ้าง

  • อีกนานไหมกว่ากันน์จะกลับมาไทย

กันน์ : ผมก็ยังไม่รู้ว่าผมจะอยู่เกาหลีนานไหม แต่ถ้าเร็วๆนี้ผมคิดว่าน่าจะกลับมาสิ้นเดือนตุลาหรืออาจจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกา ก็สามารถติดตามผลงานกันได้นะครับ

  • ฝากผลงานให้แฟนๆได้ติดตาม

กันน์ : รายการ The Face men Thailandก็ จบไปแล้ว ก็อย่าลืมผมแล้วกันนะครับ หลังจากนี้ก็คิดว่าน่าจะมีผลงานออกมา แต่ตอนนี้ผมก็มุ่งหน้ากลับไปทำงานนายแบบที่เกาหลี ซึ่งที่กลับไปก็จะไป seoul fashion week 2017 ถ้าใครมีโอกาสได้ไปก็ไปเจอกันได้นะครับ

ซึ่งตอนนี้หนุ่มกันน์ก็ได้เดินทางกับเกาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อไปทำงานสายแฟชั่นต่อ ยังไงก็อย่าลืมเป็นกำลังใจให้กับหนุ่มกันน์เดินตามความฝันให้สำเร็จ เพื่อที่กันน์จะได้สร้างผลงานดีๆแต่เป็นตัวแทนของคนไทยไปสร้างชื่อเสียงในต่างแดน หรือถ้าใครคิดถึงหนุ่มขี้เล่นคนนี้และอยากติดตามผลงาน ก็สามารถเข้าไปติดตามได้ที่ อินสตาแกรม gunnswis และที่สำคัญหนุ่มกันน์กระซิบบอกมาด้วยว่าร้านอาหารก็จะมีแพลนเปิดแน่ๆยังไงต้องติดตามกันให้ดีนะจ๊ะ

โดย: foodstylist channel

ระหว่างนายแบบและเชฟจะไปด้วยกันได้ไหม? มารู้จักตัวตนอีกด้านกับจากรายการ The Face Men Thailand ที่ทำให้คุณต้องหลงรัก
4 (1)