เหนื่อยนักก็หยุดพักกับ The Clock Out ร้านแฮงค์เอาท์สุดชิคกับบรรยากาศสุดผ่อนคลายสไตล์ยุโรป

The Clock Out ร้านอาหารสุดเก๋ที่มาพร้อมกับ concept ที่ว่า “การตอกบัตรนอกเวลา”

ซึ่งร้านแห่งนี้ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่การหาสถานที่ชาร์ตพลังให้กับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศในร้านสุดผ่อนคลาย การตกแต่งร้านอย่างมีสไตล์ที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่โซนยุโรป รวมไปถึงอาหารฟิวชั่นสุดอร่อยมากหน้าหลายตาที่มีไวน์แพร์ริ่งเบาๆ เชื่อว่าสถานที่แห่งนี้คงเป็นที่ชวนฝันของใครหลายๆคนอย่างแน่นอน

สไตล์อาหารในร้านก็จะเป็นเมนูง่ายๆสบายๆ แต่จะสอดแทรกความปราณีตและความพิถีพิถันในการทำทุกขั้นตอน ซึ่งดูได้จากหน้าตาและรสชาติอาหารที่จัดเสิร์ฟ

เริ่มต้นเมนูแรกด้วย สลัดร็อคเก็ตและถั่ววอลนัท จุดเด่นของเมนูนี้ก็คือผักร็อคเก็ตสดๆซึ่งจะมีกลิ่นเฉพาะ โรยหน้าด้วยถั่ววอลนัทกรุบกรอบเคี้ยวมัน เสิร์ฟพร้อมน้ำสลัดบัลซามิกสูตรเฉพาะของทางร้าน ความเปรี้ยวของบัลซามิกตัดกับตัวสลัดรสชาติเข้ากันได้ดีสุดๆ เมนูนี้ถือ เป็นเมนูสตาทเตอร์ได้ดีทีเดียว

ซุปผักโขม ผักโขมสดๆถูกนำมาปรุงรสและปั่นให้เข้ากัน คำแรกที่สัมผัสได้จะมีความเป็นเนื้อผักซึ่งเป็นเทกเจอร์ที่เรายังสามารถเคี้ยวได้อยู่  รสชาติจานนี้ต้องยกให้เรื่องความกลมกล่อมละมุนลิ้น

ซุปผักโขมถูกตกแต่งหน้าด้วยฟองนมนุ่มฟู่ละลายในปาก

ปลากกระพงย่างพริกเกลือ เมนูฟิวชั่นที่ผสมผสานระหว่างอิตาเลี่ยนกับจีนเข้าด้วยกัน ทั้งพริกเกลือที่มีความเป็นจีนผสานเข้ากับพริกปาปิก้าที่เป็นเครื่องเทศของฝั่งตะวันตกเป็นอะไรที่ลงตัวสุดๆ รสชาติที่ได้จะไม่ถึงกับเผ็ดร้อนแต่มันจะช่วยเรื่องความหอม เมนูนี้เหมาะกับผู้ใหญ่ที่ต้องการทานอาหารเบาๆย่อยง่าย แต่เรื่องรสชาติเหลือร้ายอย่าบอกใคร

ซี่โครงหมูบาบีคิว เมนูถูกปากสำหรับทุกเพศทุกวัย ตัวซี่โครงหมูคุโรบุตะถูกนำมาตุ๋นให้นุ่ม เคลือบด้วยซอสสูตรเฉพาะของทางร้าน แล้วนำไปอบเพื่อให้ซอสมันซึบเข้าไปยังตัวซี่โครง รสชาติที่ได้จะได้ทั้งความเปรี้ยว หวาน หอมมัน และที่สำคัญเนื้อหมูนุ่มจนละลายในปาก

สำหรับคนที่ชอบสเต็กเนื้อห้ามพลาด ที่ร้านมีให้เลือกมากมาย ทั้งเนื้อสันใน เนื้อสันนอก ริบอาย และโทมาฮอว์คสเต็ก เนื้อวัวที่ใช้ทางร้านจะสั่งตรงมาจากประเทศออสเตรเลียซึ่งไม่ผ่านการแช่แข็งมาแต่อย่างใด ทำให้เนื้อที่ได้มีทั้งความสดและชุ่มฉ่ำ ซึ่งในวันนี้เราจะขอนำเสนอสเต็กเนื้อวัวสันนอก เหมาะกับคนที่ชอบความนุ่มแต่ไม่ถึงกับละลายในปากบวกกับความมันที่แทรกอยู่ตามขอบเนื้อ ซึ่งเพิ่มความชุ่มฉ่ำได้เป็นอย่างดี เสิร์ฟพร้อมกับตัวซอสเกรวี่ที่ถูกเคี่ยวมาจากกระดูกวัวจนข้นได้ที่ เมนูนี้สั่งเลยไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ซี่โครงแกะย่างเรื่องเทศ  ซี่โครงแกะที่ถูกส่งตรงมาจากนิวซีแลนด์ถูกนำมาหมักเครื่องเทศสูตรเฉพาะของทางร้านนำไปซูวี แล้วนำมาย่างในกระทะเพื่อให้ได้กลิ่นและสีตามที่ต้องการ ทานคู่กับผัดผักโขม และซอสลูกพีช ตัวซอสลูกพีชจะมีความเปรี้ยวและความเผ็ดที่ได้จากพริกไทย ซึ่งช่วยในการตัดเลี่ยนและดับกลิ่นของเนื้อแกะได้เป็นอย่างดี

นอกจากของคาวที่รสชาติเหลือร้าย เค้กโฮมเมดของทางร้านก็รสชาติอร่อยเด็ดดวงอย่าบอกใคร ไม่ว่าจะเป็น ฮอกไกโด ชีสเค้ก , บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก , ราสเบอร์รี่ชีสเค้ก , เค้กช็อกโกแลต , เค้กส้ม แต่ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านก็ต้องเจ้าเนื้อมะพร้าวน้ำหอมเนื้อนุ่มละลายในปาก ซึ่งเข้ากันดีกับวิปปิ้งครีมน้ำมันมะพร้าว เพียงแค่หลับตานึกว่าได้ทานมะพร้าวทั้งลูก ชิ้นเดียวคือคุ้มเพราะได้ทานทั้งน้ำและเนื้อเต็มๆ แต่ต้องกระซิบบอกก่อนว่าเค้กมะพร้าวตัวนี้ไม่ได้มีจัดเสิร์ฟตลอดทั้งปีนะจ๊ะ จะมีแค่ตามฤดูกาลของมะพร้าวเท่านั้น

ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มม็อกเทลสีสดใสฟรุ้งฟริ้งต้องนี่เลย ราสเบอร์รี่เวลเวท เครื่องดื่มตัวนี้จะมีส่วนผสมของน้ำลิ้นจี่และราสเบอร์รี่ เพิ่มลูกเล่นที่ตัวน้ำแข็งที่นำลูกราสเบอร์รี่ทั้งลูกไปแช่แข็ง เมื่อละลายตัวราสเบอร์รี่จะทำให้น้ำเป็นสีชมพูอ่อนๆ ท็อปปิ้งด้วยสตอเบอร์รี่สด เมนูนี้ได้ความสดชื่นไปเต็มๆ

และสำหรับใครที่ชอบทานไวน์ทานร้านก็มีไวน์แพร์ริ่งกับอาหารให้เลือกมากมายหลากประเภท และหลายประเทศให้เลือกสรรกันตามความสะดวก

ใครที่อยากหาสถานที่แฮงค์เอ้าท์สุดชิวร้าน The clock out ถือเป็นตัวเลือกที่ดีร้านนึง การเดินทางก็แสนจะสะดวกสบาย หากใครมา BTS สามารถมาลงได้ที่สถานีวงเวียนใหญ่ ทางออก 3 แล้วเดินเลี้ยวเข้า ซอย กรุงธน 1 สังเกตป้ายร้านได้ทางขวามือ

เปิดร้าน 9.00 น. – 11.00 น. จะจัดเสิร์ฟเป็นเมนูอาหารเช้า , 11.00 น. – 22.oo น. จะเป็นเมนู full course ที่ร้านจะปิด 23.00 น. ทุ่ม แต่ครัวจะปิด 22.00 น.

Facebook :  The Clock Out – เดอะคล็อคเอาท์

 

โดย: Foodstylist Channel

เหนื่อยนักก็หยุดพักกับ The Clock Out ร้านแฮงค์เอาท์สุดชิคกับบรรยากาศสุดผ่อนคลายสไตล์ยุโรป
5 (1)