Fine de Claire Oyster Bar บาร์หอยนางรมหลายสายพันธุ์ จากร้านเล็กๆในตลาดสู่สาขาที่3

 จากร้านเล็กๆเพียงล็อคเดียวในตลาดหัวมุม สู่อาณาจักร Oyster ที่เต็มไปด้วยอาหารทะเลชั้นดีคุณภาพเยี่ยมที่กล้าเปิดขายอาหารหรูในตลาดแถมขายดีซะด้วย จนตอนนี้มีถึง 3 สาขา เราไปคุยความเป็นมากับเชฟโคบี้กัน

เชฟโคบี้เล่าให้ฟังว่าจริงๆแล้วตัวเขาไม่ได้เป็นเชฟและไม่ได้จบจากเชฟโดยตรง แต่เกิดจากการที่เคยทำบริษัททัวร์ จึงเดินทางมาแล้วทั่วโลก หรือเรียกได้ว่ากินมาแล้วทั่วโลก บางทีไปยุโรปพาลูกทัวร์ไปตลาดหาของกินสดๆอร่อยทาน หรือบางครั้งเวลาไปรับประทานอาหารแบบครัวเปิด ก็ได้ถามเคล็บลับจากเชฟยุโรป ด้วยความที่เชฟเห็นว่าเป็นหัวหน้าทัวร์ไม่ได้เป็นเชฟ จึงไม่กั๊กไม่หวง บอกได้เต็มที่ ซึ่งทุกครั้งเวลากลับจากทัวร์ก็จะลองมาทำทานเองที่บ้าน ซึ่งไม่ได้คิดว่าวันนึงจะต้องมาเปิดร้าน ช่วงคริสมาสต์ก็ชวนเพื่อนๆมาทานข้าวกันหรือโอกาศสำคัญๆ แต่เมนูจะปรับให้เข้ากับคนไทยมากขึ้น

เริ่มจากร้านเล็กๆในตลาดหัวมุม Product แรกเริ่มจากน้ำสลัดที่ใช้ Olive Oil ซึ่งได้เจอของ Food Project และได้แคทตาล็อกดูสินค้ามากมายจาก Food Project จนถึงขายสเต๊กเนื้อนิวซีแลนด์ ด้วยความที่อยากให้ตลาดนัดมีของดีๆขาย จึงลองKing Crab ตัวแรก ขายดีจนต้องสำรองไว้เป็นตัน หลังจากนั้นได้วางขาย Lobster พอช่วงคริสมาส มีจัด Chef Table ที่ตลาดนัด มีจัดอาหารเป็นคอร์ส หนึ่งในนั้นมี Oyster ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจึงเพิ่มร้านขึ้นมาถึง 7 ล็อค!! จนตอนนี้ขยายมาถึง 3 สาขาด้วยกัน โดยชื่อ Fine de Claire เป็นชื่อสายพันธุ์ของ Oyster ในฝรั่งเศส มาจาก Fine แปลว่าความละเอียด Claire แปลว่าโคลน

เริ่มจาก Oyster ซึ่งที่ร้านนำมาขายมีอยู่ 9 สายพันธุ์ ซึ่งแตกต่างด้วยขนาด วิธีการเลี้ยง รสสัมผัส ถ้าคนที่ชื่นชอบในการทาน แค่รสชาติน้ำทะเลที่เลี้ยงก็แตกต่างกันแล้ว

ส่วนเมนูแรกวันนี้คือ Emperor ตัวนี้จะใช้ Pink Oyster ที่ถูกเลี้ยงดูอยู่กลางทะเล มาพร้อม ไข่นกกระทา คาเวียร์ ไข่ปลาแซลมอนและไข่ปู หรือบางครั้งถ้ามีไข่หอยเม่นก็จะใส่เพิ่มด้วย พอทานร่วมกัน รสชาติทุกอย่างจะช่วยเสริมกัน ตัว Oyster จะมีความเค็ม ปิดท้ายด้วยหวานเล็กๆ ไข่นกกระทาให้ความมัน ที่สำคัญทานแล้วทุกตัวเป็นยาบำรุงที่ดีต่อร่างกาย

เวลาทานแค่บีบเลมอนและRed Wine Vinegar จาก Food Project ใส่หอมแดงนิดนึงเพื่อมความกลมกล่อม ขอบอกว่าสดและอร่อยมากเป็นเมนูที่ห้ามพลาดของร้านนี้เลย

ในส่วนของเมนู Lobster ก็อร่อยไม่แพ้กัน ทางร้านใช้ Canadian Lobster จาก Food Project ตัวเนื้อจะเป็นเกรดซาซิมิ เวลามาทำเนื้อจะเด้ง ทางร้านจะให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะนำมาอบชีสหรืออบไวน์ หรืออยากทานทั้งคู่ก็สามารถทำได้โดบแบ่งครึ่งในราคาเท่าเดิม แถมมีสปาเก็ตตี้ผัดพริกกระเทียมที่คลุกกับมันกุ้ง Lobster มาให้ด้วย อร่อยโดนใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่

Kani Miso มันปูที่ใส่มาในกระดอง ของ Food Project ใส่ทั้งคาเวียร์ ไข่ปลาแซลมอน ไข่กุ้ง เนื้อปูสับ ทานคู่น้ำซุปที่ได้มาจากการต้มปูอลาสก้า มีความหวานหอม กลมกล่อมกำลังดี เพิ่มหอยปีกนกเพื่อความสวยงาม

หอยเชลล์ฮอกไกโดอบชีส ขนาดใหญ่ 12 ซม.จาก Food Project โดยใช้เนย ไวน์ ซึ่งหอยมีเนื้อหวาน ขนาดใหญ่และไม่มีในเมืองไทย ทำให้สามารถโปะชีสได้เยอะ พอใส่กระทะจะเหมือนหอยเชลล์กระทะร้อน

King Crab ไซส์ 1.5 จาก Food Project โดยนำไปต้มในน้ำซุปเดือดพร้อมปรุงรส เนื้อหวานแน่นถูกใจทุกคน

Escargot หรือเรียกว่าหอยทาก ส่งตรงจากจากฝรั่งเศส ปรุงรสพร้อมใส่ชีสจาก Food Project ทำให้มีความยืด ทานคู่กับขนมปัง ต้องลองสักครั้งเลยหล่ะ

ทางร้านจะมีเครื่องดื่มหลากหลายทั่วโลก ทั้งไวน์ เบียร์กว่า 60 แบรนด์ แชมเปญ และส่วนนึงวางไว้ในโต๊ะให้เลย มีทั้งบรรยากาสบายๆข้างนอก หรือในห้องแอร์

สามารถติดตามรายละเอียดของร้านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/FDCoysterbar/

เปิดตั้งแต่เที่ยงวันยันเที่ยงคืน

ปัจจุบันมี 3 สาขา คือ

1. Fine de Claire Oyster Garden สาขาใหญ่ เกษตรนวมิทร์ ตอหม้อ 167

2. Fine de Claire Oyster Bar สาขาตลาดนัดหัวมุม

3. Fine de Claire Oyster Bar สาขาพระราม 2 ตลาดกรีนเดย์ ไนท์มาร์เก็ต

และขอบขอบคุณ Food Project บริษัทชั้นนำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายอาหารสดและอาหารแห้ง ทั้งอาหารทะเล เนื้อวัว เนื้อแกะ และวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารญี่ปุ่น

โดย: Foodstylist Channel

Fine de Claire Oyster Bar บาร์หอยนางรมหลายสายพันธุ์ จากร้านเล็กๆในตลาดสู่สาขาที่3
ให้คะแนนบทความ