มัศกอด

มัศกอด

_mg_6213-e

“มัศกอด” คืออะไรกันนะ

มัศกอด ขนมอบสัญชาติฝรั่ง เชื่อมโยงเอาวัฒนธรรมทางการกินเข้ามาตั้งแต่สมัยก่อนนั้น เมื่อเราดูส่วนผสมทำให้นึกถึงขนมไข่ ขนมฝรั่งกุฏีจีน ต่างตรงที่เพิ่มหน้าครีมหวานๆ โรยมะพร้าวขูดรสชาติหวานมัน แปลกตาทั้งรูปลักษณ์และรสชาติที่ไม่ใคร่จะเห็นตามท้องตลาดมากนัก  ในสมัยก่อนหากจะอบขนมชนิดนี้ น่าจะทำการอบขนมให้สุกและขึ้นฟูคล้ายการอบขนมไข่ ขนมฝรั่งกุฎีจีน  โดยทำเตาที่มีฝาปิด เกี่ยวด้วยหูที่ทำจากเหล็ก ภายในบรรจุถ่านไม้ติดไฟแดงๆ สำหรับวางครอบอบขนมด้านบนให้หน้าขนมสุก ส่วนด้านล่างก็คล้ายๆ กัน มีเตาบรรจุถ่านไม้ติดไฟ กลบด้วยขี้เถ้าไม่ให้ไฟแรงมากนัก นับว่าเป็นภูมิปัญญาของคนไทย รู้จักนำวิธีการอบขนมแบบฝรั่งมาประยุกต์ให้เข้ากันกับการประกอบอาหารของคนไทย

ถ้าจะเรียก ‘ขนมมัศกอด’ ว่าคัพเค้กแบบไทย คงไม่แปลก เพราะมีลักษณะคล้ายกันอยู่ไม่น้อย ทั้งส่วนผสม เนื้อสัมผัส เพียงแต่เรามาปรับแต่งให้เข้ากับคนไทย คือการโรยหน้ามะพร้าวจึงมีความหอมมันมากยิ่งขึ้น งานแต่งงานของไทยแบบโบราณ มักจะเห็นขนมชนิดนี้ทำขึ้นมา หากแต่ร้านขายขนม หรือตามโรงแรมโดยทั่วไปไม่ได้ทำกันอย่างแพร่หลาย เพราะความนิยมและกรรมวิธีในการทำ และเมื่ออบขนมมัศกอดเสร็จใหม่ๆ รับรองว่าความหอมของเนื้อครีมบนหน้าขนมกับรสชาติ ชวนให้นึกถึงคัพเค้กแบบฝรั่งอยู่ไม่น้อย

ส่วนผสม (สำหรับ ๒๐ ถ้วย ซึ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๒ นิ้ว)

1mg_5923

แป้งสาลี (ชนิดแป้งเค้ก) ๓/๔ ถ้วยตวง/  ไข่ไก่ ๒ ฟอง/  ผงฟู ๑/๒ ช้อนชา/  น้ำตาลทราย ๑/๒ ถ้วยตวง/  เกลือป่น ๑/๒ ช้อนชา/  กลิ่นนมเนย ๑ ช้อนชา

ส่วนผสม : หน้าขนม

8mg_5926

ไข่ขาว ๓ ฟอง / น้ำตาลทรายป่น ๑ ถ้วยตวง / น้ำมะนาว ๑ ช้อนชา / มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย ๑/๒ ถ้วยตวง / สีผสมอาหาร ตามชอบ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

ถ้วยเซรามิค หรือถ้วยคัพเค้ก/  พู่กันหรือไม้ปลายแหลม

วิธีทำ

๑.  เตรียมอ่างผสมหรือเครื่องตี ใช้ความเร็วปานกลาง ตีไข่และน้ำตาลจนขึ้นฟู ใส่กลิ่นวานิลลา กลิ่นนมเนย ค่อยๆ ลดความเร็วลง นำผงฟู เกลือป่น ร่อนลงในแป้ง และค่อยๆ นำแป้งนั้นใส่ลงไปในส่วนผสมไข่ที่ตีฟู ค่อยๆ ตะล่อม คนให้เข้ากัน
๒.  เตรียมพิมพ์หรือถ้วยกระดาษ หยอดส่วนผสมแป้งที่ตีไว้ลงไป ปริมาณ ๓/๔ ของถ้วย นำไปเข้าเตาอบใช้ไฟบนและล่าง ใช้ความร้อนประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว ๑๖๐-๑๗๐ องศาเซลเซียส อบประมาณ ๑๕-๒๐ นาที สังเกตจากหน้าขนมเป็นสีเหลืองนวล ใช้ไม่ปลายแหลมจิ้มดูไม่มีเศษแป้งติด นำออกจากเตา
๓.  เตรียมอ่างผสมหรือเครื่องตี เลือกใช้หัวตะกร้อ ตีไข่ขาวให้ขึ้นฟูด้วยความเร็วปานกลาง ค่อยๆ ใส่น้ำตาลทรายป่นลงไป ตามด้วยน้ำมะนาว ตีเรื่อยๆ จนขึ้นฟูเป็นเนื้อครีมแข็ง นำมาทาหน้าขนม ใช้สีผสมอาหารโดยใช้ปลายไม้แหลมหรือพู่กันจุ่มสีผสมอาหารเจือจางกับน้ำเล็กน้อย แล้วนำมาวนบนครีม เพื่อให้เกิดลายสีหรือนำครีมไปผสมกับสีผสมอาหารก็ได้ แล้วค่อยนำมาทาหน้าขนมจนทั่ว จึงนำเข้าอบต่อ เฉพาะไฟบน ๓-๕ นาที พอเป็นสีนวลใช้ได้ และนำออกมาโรยมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยที่ผสมกับสีผสมอาหารเอาไว้ แล้วจึงนำเข้าอบต่อพอสีนวลๆ จึงนำออกจากเตาจึงจัดเสิร์ฟ

16mg_6097
นำเข้าอบต่อ เฉพาะไฟบน ๓-๕ นาที พอเป็นสีนวลใช้ได้

Food Tips

– สามารถใช้น้ำมันขี้โล้ (น้ำมันที่เกิดจากเคี่ยวหัวกะทิล้วน) ทาพิมพ์ขนมทำให้ขนมนั้นมีความหอมมากขึ้น
– ใช้พายยาง ค่อยๆ ตะล่อมแป้ง อย่ากวนหรือผสมนาน จะทำให้เนื้อขนมไม่หนักมาก ฟู ไม่ยุบง่าย
– มะพร้าวขูดสามารถใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ เพียงแต่เป็นการเพิ่มสีสันและรสชาติในการรับประทาน

 

ตามอ่านเรื่องราวของขนมไทยโบราณนี้ต่อได้ใน “มัศกอด” ขนมอบสไตล์ไทยร่วมสมัย

—————————————

words: Chef Mai (IG: chefmaikee / FC: chefmaikee-FC)
photographs: NinaGrapher

Chef Mai

โดย: Chef Mai

พีระโรจน์ ศิริปัญจนะ (เชฟใหม่) : เชฟที่เทหัวใจให้อาหารไทยแบบเต็มร้อย
มัศกอด
ให้คะแนนบทความ